เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด

22 พ.ค. 2564 | pornpan_pet

ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด

ชาวบ้าน 7 หมู่บ้านใน ตำบลตูม อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ ที่อาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน ติดเชื้อโควิดพุ่งสูงไม่หยุด 1,300 ครัวเรือน 5,000 คนเสี่ยงทั้งหมด สาธารณสุขอำเภอต้องทำแผนผังตรวจ หลายครอบครัวผวาปิดบ้านหนี

วันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ที่ ตำบลตูม อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ ภายหลังจากที่มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพียง 2 ราย จากร้านค้าประจำหมู่บ้าน แต่เนื่องด้วยมีการอยู่อาศัยกันเป็นแบบกลุ่มก้อน ใกล้ชิดเป็นญาติสนิท ไปมาหาสู่กันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ 7 หมู่บ้านอยู่อาศัยรวมกันแป็นกระจุก คือ หมู่บ้านตูม หมู่ที่ 1, บ้านตูมพัฒนา หมู่ที่ 2, บ้านศรีพะเนา หมู่ที่ 3, บ้านหนองกันจง หมู่ที่ 4, บ้านตูมกระแชงราษฎร์ หมู่ที่ 8, บ้านศรีพะเนาใต้ หมู่ที่ 11 และ บ้านศรีพะเนาตะวันออก หมู่ที่ 12 ในตำบลตูม เพียงข้ามถนนก็เป็นอีกหมู่บ้าน อาศัยอยู่ราว 1,300 ครัวเรือน ประชากรราว 5 6 พันคน ส่งผลให้เกิดการกระจายของเชื้อโรคโควิด-19 ไปเป็นอันมาก ยากในการที่จะควบคุม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมสัพกำลังลงไปวางแผน จัดการคัดแยก ตรวจกลุ่มเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ แต่ยังกระทำไม่ได้ ยอดผู้ติดเชื้อก็ยังพุ่งสูงขึ้นทุกวันไม่หยุด ล่าสุดเช้าของวันนี้ จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจพบมีผู้ติดเพิ่มอีก15ราย เป็นของบ้านตูม ตำบลตูม 7 ราย ยอดสะสมผู้ติดเชื้อทั้งจังหวัด จำนวน 330 ราย รักษาหายแล้ว 196 ราย ยังรับการรักษาอยู่ 132 ราย และเสียชีวิตสะสม 2 ราย

ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด

ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด

ทีมงานสาธารณสุขอำเภอศรีรัตนะ ได้จัดทำแผนภูมิ จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร พยายามในการที่จะคัดแยกกลุ่มผู้เสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ แนะนำให้ประชาชนชาวบ้านในตำบลตูม ทั้ง 7 หมู่บ้านที่อยู่อาศัยกันแบบใกล้ชิด ได้แยกกักตัวรายคนในบ้านหลังเดียวกัน แต่ก็ยังไม่สามารถกระทำได้ โดยได้เล่าว่า การติดเชื้อก็จะเป็นระลอกตามหลักวิชาการ โดยภายหลังจากที่เราตรวจเจอก็จะเกิดกลุ่มเสี่ยงเพิ่ม และเมื่อตรวจก็จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ขยายวงไปเรื่อยๆ และนอกจากนั้นกลุ่มเสี่ยงปานกลางที่ตรวจผ่านไปในรอบแรก แต่ไม่พบเชื้อก็ต้องนำมาตรวจใหม่อีกรอบ และเมื่อพบผู้ติดเชื้ออีก ก็จะต้องสอบไทม์ไลน์ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็นำมาตรวจอีก เพิ่มไปเช่นนี้ แต่ที่สำคัญโดยสภาพของหมู่บ้าน ตัวที่เองมองว่ามันเป็นปัญหาหลักก็คือ การกักตัว ที่ไม่สามารถที่จะแยกผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ออกจากกลุ่มเสี่ยงต่ำ หรือกลุ่มเสี่ยงปานกลาง ออกจากกันได้ เพราะว่าโดยพื้นฐานขนมธรรมเนียมที่หมู่บ้านตูม ทั้ง 7 หมู่บ้านแห่งนี้ที่เดิมเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ เป็นหมู่บ้านเดียว ก่อนที่จะมาแยกออกเป็นหมู่ๆ ได้ 7 หมู่บ้าน ซึ่งเขาจะเป็นครอบครัว ที่อาศัยกันอยู่อย่างหนาแน่น หลังคาเรือนหนึ่งมีอยู่หลายคน


ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด



ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด

สิ่งที่เจ้าหน้าที่เจอก็คือ พอให้เขาแยกตัว แยกข้าวของเครื่องต่างหากออกจากกัน แต่ทำไม่ได้เพราะเขาอยู่กันหลายคน แต่มีหม้อข้าวเพียงใบเดียว ขันดื่มน้ำมี 1 ขัน โอ่งน้ำดื่มมีเพียง 1 โอ่ง ในการที่จะแยกตามหลักทฤษีการแยกกันตัว กลุ่มผู้เสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ และเสี่ยงปานกลางนี้ทำไม่ได้ สิ่งนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาของทีมงานเราในการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในหมู่บ้าน ตำบลนี้ จึงทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน อันนี้เป็นจุดหลักเลย โดยความรักต่อกันในครอบครัว เขายังอยู่ด้วยกัน รู้ว่าอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่เขาก็อยู่ห่างกันไม่ได้ ด้วยความรักในครอบครัวของเขาเอง ยังกินข้าวด้วยกัน อาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ได้แยกกันอย่าที่เราอยากให้เป็น

ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด

ตำบลตูม 7 หมู่บ้านอันตราย ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด