นายสนั่น กล่าวว่า เตาหรือเทา เป็นภาษาเหนือ ภาษาที่คนท้องถิ่นเรียกกัน เป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ สีเขียวสด อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนตามลำห้วยใส สะอาด ปราศจากสารเคมี ยิ่งเป็นทางน้ำไหลยิ่งดี เตาจะอยู่ในน้ำไม่ลึก มองเห็นด้วยสายตา ส่วนการเก็บนั้น ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเรียกว่า "ดิ้วเตา" คือ ใช้กิ่งไผ่ หรือกิ่งไม้ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1 เมตร เดินลงลำห้วยที่มีเตา จากนั้นใช้กิ่งไม้ควานไปใต้น้ำ จะเลือกเตาที่ยังอ่อนจะลอยอยู่ใต้น้ำ ค่อยๆ ช้อนแล้ว หรือพันม้วนเก็บเตาขึ้นมา โดยไม่ให้โดนโคลนที่อยู่ด้านล่าง แล้วส่ายไม้ไปมาเป็นการล้างสิ่งเจือปนในเตาออกให้หมด จนสะอาดเห็นเป็นเส้นเตาสีเขียวสดหรือเตาอ่อนจะติดไม้ ขึ้นมาแล้วใช้มือรูดออกได้เป็นกำ
จากนั้นนำไปล้างน้ำสะอาด 2-3 รอบ บีบเอาน้ำออกจากเตาให้ได้มากที่สุด ชาวบ้านนิยมนำมาทำ "ป่นเตา" โดยหั่นหรือสับเตาให้ละเอียด ต้มน้ำปลาร้าผสมเนื้อปลาให้เดือด ใส่เตาลงไป พร้อมปรุงรสด้วยน้ำพริกข่า หั่นผักไผ่ พืชมีรสเผ็ด กลิ่นหอม เป็นการปรุงสุกคลุกเคล้าให้เข้ากัน รับประทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ หรือรับประทานเล่น ๆ โดยมีผักพื้นบ้านสมุนไพรต่างๆเป็นเครื่องเคียง นอกจากนี้ยังมีเมนูตำเตา ยำเตา ลาบเตา เมนูอาหารพื้นบ้านที่แซบนัว หอมปลาร้าต้มสุก มากด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน