วานนี้(19พ.ค.)นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึง วิสัยทัศน์ของผู้นำ เมื่อถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระบุว่าวิสัยทัศน์ของผู้นำ เมื่อถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน
.
อภิสิทธิ์เห็นตอน "เสื้อแดงประท้วง"
ยิ่งลักษณ์เห็นตอน "นำ้ท่วม"
ประยุทธ์เห็นตอน "โควิด"
.
แต่ละผู้นำไม่เคยยอมแพ้ ท้อแท้ สักคน ล้วนเป็นประชาชนที่เป็นผู้พ่ายแพ้ ท้อแท้แทนในทุกสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ
.
เมื่อสถานการณ์ยังสร้างฮีโร่อย่าง "กำนันสุเทพ" ได้ แล้วไฉนเลย สถานการณ์จะทำลายผู้นำอย่าง "ลุงตู่" ไม่ได้?
.
ในเมื่อทุกอย่างจบลงที่ "ลุงตู่" คนเดียว
.
จาก "กองเชียร์" กลับกลายเป็น "กองแช่ง"
.
และจาก "วอล์คอิน" วัคซีน กลายเป็น "วอล์คเอาท์" การเมือง
.
เมื่อเป็น "Single Command" (สั่งการคนเดียว) ก็ต้องกลายเป็น "Single Victim" (เหยื่อคนเดียว)
.
ผู้นำที่ "แข็งแกร่ง" รายล้อมด้วยคณะรัฐมนตรีในสถานการณ์ปกติ กลับกลายเป็นผู้นำที่ "อ่อนแอ" อยู่คนเดียวในสถานการณ์ฉุกเฉิน
.
เป็นความโดดเดี่ยวของประเทศ ที่ฝากไว้กับผู้นำเพียงคนเดียว หามีใครอื่นอยู่ช่วยไม่
.
ทั้งที่มีรัฐมนตรี ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว.ข้าราชการเก่ามากมาย อยู่เต็มเอี้ยดจนล้นกระป๋อง
.
แต่กลับตักเอาเพียงคนอย่าง "แรมโบ้" ที่รำ "ป้อแป้" ตอบโต้ทุกคน ทุกเรื่อง แม้แต่แมลงวันบินผ่านหน้านายกฯ ยังโดนด่าท้าชก
.
ออกหน้ารับงาน เหลืออยู่คนเดียว ยิ่งทำให้เห็นว่า ใช้คนผิดที่ ผิดงาน "put the wrong man in the wrong job"
.
คนที่ขนาดคำสาบานกับ "ย่าโม" ที่คนโคราชนับถือ ยังไปกล้าล้อเล่นถอนคำสาบานออกได้
.
มันจะไปเหลืออะไรให้เชื่อถือคนพรรค์นี้ได้อีกเล่า?
.
ทั้งบ่าวทั้งนายคงได้ล่องลำนาวาออกทะเลด้วยกันเร็วๆ นี้
.
เพราะคนถูกปกป้องเอาคนปกป้องที่ไม่มีสัจจะวาจาไปปกป้องตัวเอง
.
ยิ่งตอกย้ำซ้ำว่า "ไม่เหลือใครช่วยปกป้องอีกแล้ว"
.
อย่างนี้คนไทยคงต้องรอให้มี "หิมะตกที่เมืองไทยกลางหน้าร้อน" ได้เสียก่อน
.
ถึงจะมีคนเชื่อว่า ผู้นำจะแก้ปัญหา "โควิด" ได้ตลอดรอดฝั่ง