เนชั่นทีวี

ข่าว

"สุชาติ" เผย อิสราเอล จ่ายค่าชดเชย 1.5 ล้านบาท พร้อมรายเดือนลูก-เมีย

19 พ.ค. 2564 | tinakit_rat

"สุชาติ" เผย อิสราเอล จ่ายค่าชดเชย 1.5 ล้านบาท พร้อมรายเดือนลูก-เมีย

รมว.แรงงาน เผย อิสราเอล จ่ายค่าชดเชย 1.5 ล้านบาท พร้อมจ่ายรายเดือนลูก-เมีย ระบุ นายกฯ สั่ง ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมแจ้งสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ให้ครอบครัวของแรงงานไทยทราบในทันที ชี้ ขณะนี้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาวเพชรบูรณ์และบุรีรัมย์ บาดเจ็บสาหัส 1 รายและบาดเจ็บเล็กน้อย 7 ราย

วันนี้ (19 พ.ค.) ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งมีการโจมตีโดยกลุ่มฮามัสที่โมชาฟ โอฮัด (Ohad) ในเมืองเอชโคล (Eshkol) ซึ่งอยู่ห่างจากฉนวนกาซ่า 14 กิโลเมตรนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตและห่วงใยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด และสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งลงพื้นที่แจ้งความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ให้ญาติพี่น้องและครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทราบในทันที

จากรายงานของฝ่ายแรงงานฯ ประจำสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเทลอาวีฟ ว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากนาย Eyal Siso (เอล ไซโซ) รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลว่า จากการโจมตีด้วยจรวดโดยกลุ่มฮามัสที่โมชาฟ โอฮัด (Ohad) ในเมือง เอชโคล (Eshkol) ซึ่งอยู่ห่างจากฉนวนกาซ่า ประมาณ 14 กิโลเมตร เมื่อวันอังคารที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลา 14.35 น.แรงระเบิดทำให้คนงานไทย เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 7 ราย

โดยแรงงานไทยที่เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือ 1.นายวีรวัฒน์ การันบริรักษ์ อายุ 44 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และรายที่ 2.นายสิขรินทร์ สงำรัมย์ อายุ 24 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ารับการผ่าตัดรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 ราย คือ นายอัตรชัย ธรรมแก้ว อายุ 28 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 7 ราย ประกอบด้วย 1.นายณรงค์ศักดิ์ รอดชมพู อายุ 32 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี 2.นายเชษฐา ผลาพรม อายุ 40 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี 3.นายธนดล ขันธชัย อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี 4.นายปรีชา แซ่ลี้ อายุ 32 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย 5.นายสมศักดิ์ จันทร์ภักดี อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ 6.นางสาวจรัสศรี กล้าแข็ง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดหนองคาย 7.นายจักรี รัตพลที อายุ 31 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดหนองบัวลำภู

นายสุชาติ กล่าวถึง ความช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตว่า จะได้รับค่าตอบแทนจากสำนักงานประกันสังคมแห่งชาติของอิสราเอล (National Insurance Institute) กรณีบาดเจ็บหรือพิการ จะได้รับค่าทดแทน ดังนี้
1.บาดเจ็บหรือพิการ 0-10% ไม่ได้รับค่าทดแทน นอกจากค่าจ้างในช่วงที่ทำงานไม่ได้ กรณีเจ็บหรือพิการ 10-19% ได้รับเงินก้อนครั้งเดียว ไม่เกิน 150,000 เชคเกล (ประมาณ 1,500,000 บาท) บาดเจ็บหรือพิการ เกิน 20% ขึ้นไป จะได้รับค่าทดแทนเป็นรายเดือนทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต โดยคำนวณจากเปอร์เซ็นต์สูญเสีย หาก 100% จะได้รับเดือนละประมาณ 6,000 เชคเกล (ประมาณ 60,000 บาท)
2. กรณีเสียชีวิต ภรรยาและบุตรของผู้เสียชีวิตทุกคนจะได้รับเงินช่วยเหลือทุกเดือน จนกว่าภรรยาจะแต่งงานใหม่ หรือลูกมีอายุครบ 18 ปี โดยภรรยาจะได้รับประมาณ 60% ของ 6,000 เชคเกลทุกเดือน (ประมาณ 36,000 บาท บุตร จะได้รับประมาณ 10-20% ของ 6,000 เชคเกลทุกเดือน (ประมาณ 6,000-12,000 บาท)
นอกจากนี้กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีได้รับบาดเจ็บประสบอันตรายในต่างประเทศ จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท กรณีสมาชิกเสียชีวิตในต่างประเทศจะได้เงินช่วยเหลือจำนวน 80,000 บาท แบ่งออกเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 40,000 บาท ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท

สำหรับการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศอิสราเอล ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดสรรโควต้าการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในภาคเกษตรประเทศอิสราเอล จำนวน 5,099 คน ได้ดำเนินการจัดส่งไปแล้ว จำนวน 3,100 คน โดยรัฐอิสราเอลจะส่งเครื่องบินเหมาลำมารับทุกวันพฤหัสบดี เวลา 09.00 น. สัปดาห์ละประมาณ 250 คน สำหรับค่าใช้จ่ายเป็นค่าตั๋วเครื่องบินไป กลับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะอยู่ที่คนละ 50,000 บาท สัญญาจ้าง 3 ปี จากนั้นสามารถต่อได้อีก 2 ปี รวมเป็น 5 ปี มีรายได้เฉลี่ยคนละประมาณ 45,000 50,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ได้กำชับไม่ให้มีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยหรือเป็นอันตรายต่อแรงงานไทย และได้สั่งการให้ฝ่ายแรงงานไทย ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ติดตามดูแลคนไทยที่ไปทำงานอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ข่าวล่าสุด