ด้าน นพ.มานพฯ สสจ.นครพนม กล่าวยืนยันว่าไม่มีผู้ติดเชื้อภายในแล้ว ขณะที่มีผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงเยอะมาก ส่วนใหญ่มีอาการมาก่อนแต่ไม่ยอมไปพบหมอ แต่ใช้วิธีเดินทางกลับบ้าน จึงได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ว่า จะปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยจะไม่ให้เข้าพื้นที่ทันที ต้องได้รับการตรวจค้นหาเชื้อก่อนทุกรายไป
ในจำนวน 3 รายที่พบล่าสุดนี้ เป็นคลัสเตอร์รถตู้โดยสารที่รับผู้โดยสารมาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งสิ้น คือ กทม. สมุทรปราการ ระยอง นนทบุรี และ ปทุมธานี จำนวน 15 ราย ซึ่งตรวจพบไปแล้ว 1 รายเป็นชายอายุ 21 ปีชาวอำเภอศรีสงคราม(ผู้ป่วยราย 124) และเมื่อนำตัวผู้โดยสารตรวจคัดกรองเชิงรุกอย่างละเอียด จึงพบว่าชายอายุ 22 ปีชาวอำเภอศรีสงคราม และเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยที่พบก่อนหน้านี้ โดยทั้งคู่ทำงานในสถานที่เดียวกันในจังหวัดนนทบุรี หลังมีอาการก็ชักชวนกันกลับภูมิลำเนา โดยทั้งสองนั่งอยู่เบาะหลังสุด เมื่อเดินทางถึงบ้านก็ไปกักตัวเองที่เถียงนา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บตัวอย่างส่งตรวจ RT PCR พร้อมเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศรีสงคราม ผลตรวจพบเชื้อโควิด ซึ่ง สสจ.นครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้โดยสารในรถตู้คันดังกล่าวที่เหลือ 13 คน มีโอกาสติดเชื้อเกือบทั้งคัน
ส่วนอีก 2 รายเป็นคู่สามีภรรยา(รายที่ 126-127) ประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่งที่แฟลตเคหะบ่อนไก่ เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งเป็นชุมชนแออัดใกล้กับชุมชนคลองเตย ระหว่างวันที่ 1-7 พฤษภาคมฯ ทั้งคู่มีอาการไข้จึงตรวจค้นหาเบื้องต้นไม่พบเชื้อ แต่วันที่ 8 พฤษภาคมฯ ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ตามประกาศของรัฐบาล จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่อำเภอนาแก ด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมครอบครัว 4 คน มีผู้นำชุมชน ร่วมกับ อสม. ออกติดตามให้คำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำทั้ง 4 คน เข้ารับการตรวจ Rapid test ณ รพ.นาแก พบว่าภรรยาผลตรวจ Positive รักษาที่ห้องแยกโรค จึงเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อโควิด ด้วยวิธี RT PCR ผลตรวจพบติดเชื้อ และสามีก็ตรวจติดเชื้อเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน
สำหรับใน 2 รายคู่ผัวเมียนี้ นพ.มานพฯ กล่าวว่าทั้งสองมีความโชคดีอยู่มาก เพราะได้รับวัคซีนเข็มแรกเข้าไปสร้างภูมิต้านทาน แม้ทั้งสองมีการตรวจพบเชื้อในร่างกาย แต่ไม่มีอาการใด ๆ โดยรวมเหมือนคนปกติทั่วไป แต่อีกสองคนที่นั่งรถมาด้วยกันคือป้ากับหลานชาย ไม่มีประวัติว่าได้รับการฉีดวัคซีน จึงรอตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 อีกรอบ