นายนิรันดร์ ปันทะนันท์ อายุ 42 ปี ผู้จัดตั้งกลุ่ม เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า เมื่อก่อนตนเองทำงานเป็นเซลล์เอ็นจิเนียอยู่ จ.ระยอง ต่อมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้กลับมาบ้านเพื่อดูแลพ่อแม่จึงคิดว่าอยากจะหาอาชีพทำที่พอมีเวลาได้อยู่กับครอบครัว จึงศึกษาเรื่องของธุรกิจ ประกอบกับอาชีพดั้งเดิมของพ่อและแม่ คือ เป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ปลูกพวกสมุนไพรต่างๆ รวมถึงฟักข้าว ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่น ตระกูลเดียวกับมะระ และมีคุณประโยชน์ให้วิตามินสูงจึงเริ่มศึกษาเรื่องฟักข้าวพบว่า สามารถต่อยอดนำไปทำอะไรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลาย จึงคิดว่าลงตัวที่การแปรรูปฟักข้าวเริ่มศึกษาหาข้อมูล หาวิธีการแปรรูปโดยใช้ฟักข้าวในสวนพื้นที่ประมาณครึ่งงานของพ่อและแม่ที่ปลูกไว้มาเป็นวัตถุดิบ
สำหรับสิ่งแรกทำ คือ ได้แปรรูปฟักข้าว เป็นสบู่ และใช้ดอกข้าวหอมมะลิที่ปลูกพิเศษสกัดเป็นกลิ่น ก็ได้สบู่ที่มีวิตามินหลากหลายสูง มีกลิ่นหอม เริ่มต้นจำหน่ายเมื่อ 2 ปีที่แล้วเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมาก เคยขายสบู่ได้ถึง 3,000 ก้อน จำหน่ายในราคาขายปลีกก้อนละ 120 บาท ขายส่งก้อนละ 70 บาท จากนั้นไม่หยุดที่จะแปรรูปฟักข้าวก็ศึกษาเรื่อยมาจึงได้แปรรูปเป็นผงฟักข้าว และน้ำมันฟักข้าว สำหรับผงฟักข้าว ตนแปรรูปไว้รับประทานเองในครัวเรือนเท่านั้นยังไม่มีจำหน่าย เพราะมีการวิจัยออกมาว่ามีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวถึง 20 เท่า และมีวิตามินบีและอี มากกว่าแครอท ถึง 70 เท่า ซึ่งนับได้ว่ามีวิตามินที่สูงมาก
จากนั้นได้มีทางประเทศแคนาดาติดต่อมาทางกลุ่มเพื่อขอทำเอ็มโอยูร่วมกัน โดยให้ทางกลุ่มผลิตน้ำมันฟักข้าวส่งออก ซึ่งต้องบอกว่าราคาค่อนข้างสูง ถึงลิตรละ 15,000 บาท โดยทางกลุ่มเองได้สกัดและส่งออกให้กับประเทศแคนาดาเรื่อยมา สร้างรายได้ให้กลุ่มเป็นกอบเป็นกำ