นายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภอสันทราย กล่าวว่า ในการปฏิบัติการในโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถือเป็นความภาคภูมิใจทุกส่วนงาน ทั้ภาครัฐ เอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครในท้องถิ่น ที่เข้าร่วมปฏิบัติบัติภารกิจที่สำคัญในครั้งนี้ ต้องแต่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมา มีกลุ่มอาสาสมัครองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าเป็นกองหนุนช่วยดูแลความเรียบร้อยรวมทั้งช่วยงานรับบริจาค หมุนเวียนกันประมาณ 800 คน การปฏิบัติภารกิจในครั้งทุกคนต่างยึดมั่นในเรื่องของการทำงานให้เดินหน้าไปได้อย่างดีที่สุด โดยทำงานร่วมกับทีมงานของมหาวิทยาลันแม่โจ้ และแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลสันทราย รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วมงานกันอย่างเต็มที่ การปิดโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภารกิจยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ แต่ยังมีภารกิจที่ต้องคอยดูแลความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ และทำงานตรวจค้นเชิงรุกในชุมชนควบคู่ไปด้วย
ด้าน รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า สำหรับมาตรการรองรับในระยะยาว ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลสันทราย และอำเภอสันทราย ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัย ส่วนขยาย ไปที่สถานพักฟื้นและดูแลสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ MJU Well-beling Hospitech เพื่อรองรับการรักษาผู้สัมผัสเชื้อโควิด-19 โดยปรับปรุงห้องพักของศูนย์การศึกษาและการฝึกอบรมนานาชาติ จำนวน 100 เตียง พร้อมทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะย้ายผู้สัมผัสเชื้อที่เหลือ เข้าพักฟื้นที่ MJU Well-beling Hospitech จำนวน 19 ราย ภายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2564
สำหรับโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แห่งนี้ แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงและต้องย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อที่ สถานพักฟื้นและดูแลสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ MJU Well-beling Hospitech โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะยังคงสภาพไว้ก่อน เพื่อเตรียมพร้อมไว้ หากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดขึ้นมาอีกครั้งสามารถที่จะเปิดดำเนินการได้ทันที