วันนี้ (3 พ.ค.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาสกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เข้าร่วมหารือ ภายในห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล คาดเกี่ยวกับข้อกำหนดมาตรการป้องกันโควิด - 19 เช่น การห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร และมาตรการอื่น ๆ ที่ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ รวมถึงมาตรการยาเยียวผลกระทบในรอบนี้
โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของสมาคมภัตตาคารไทย ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนคำสั่งห้ามมีการให้บริการนั่งรับประทานอาหารในร้านเป็นเวลา 14 วัน ในร้าน พื้นที่ 6 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นโดยเสนอ 2 ข้อต่อพล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่ 1.อนุญาตให้ร้านอาหารสามารถนั่งรับประทานในร้านได้ ไม่เกิน 21.00 น. และงดนั่งดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน โดยย้ำว่าภาคธุรกิจร้านอาหารยึดมาตรฐาน SHA ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านสาธารณสุข ที่อยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมยึดมาตรการด้านสาธารณสุขตามที่ ศบค.กำหนด และ2.เรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่รอบแรกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนั้น จะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจประเทศตามมา ซึ่งมูลค่าความเสียหายของธุรกิจร้านอาหาร โดยประมาณการ จากคำสั่งล่าสุดนี้ อยู่ที่ 1,400 ล้านบาทต่อวัน อีกทั้งธุรกิจร้านอาหารมีห่วงโซ่เชื่อมโยงต่อธุรกิจอื่น ๆ มากมาย โดยเฉพาะภาคการเกษตรอันจะสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามมาได้
นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการหารือถึงมาตรการรองรับด้านสาธารณสุขที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้น มีผู้ป่วยอาการหนักและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจมากขึ้น จนทำให้มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรายวัน ที่ติดตามดูความคืบหน้าในการติดตั้ง ICU สนามจะเพียงพอ และทันต่อสถานการณ์หรือไม่ รวมทั้งการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเสี่ยงและประชาชน จะได้ยังคงเป็นไปตามแผนเดิมหรือจำเป็นต้องมีการปรับแผนหรือไม่ และต้องติดตามการแถลงสถานการณ์รายวันจาก นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ในเวลา 11.30 น.