ล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า การสอบสวนคืบหน้าไปมาก ตอนนี้ได้ขอ Statement จากธนาคาร เพื่อตรวจสอบการเดินบัญชีของผู้ต้องหาว่ามีการโยกย้ายถ่ายเทไปให้ใครบ้าง โดยส่วนหนึ่งผู้เสียหายนำเงินสดมอบให้กลุ่มสาวก อาทิ แม่ชีทองพูนหรือแม่ชีการ์ตูน บางรายก็โอนเข้าบัญชีของเจ้าสำนัก ในตู้เซฟที่ยึดมาจากอาศรมของเจ้าสำนัก ภายในพบเงินสด 4 หมื่นบาทกับโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ และสมุดบัญชีธนาคาร
ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวถึงการขอหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มประมาณ 3 รายนั้น ว่า เป็นการกล่าวหาของผู้เสียหายที่ไปแจ้งความแต่ละสถานีตำรวจ ได้แก่ 1.สภ.กุตาไก้ 2.สภ.ปลาปาก และ 3.สภ.ท่าอุเทน โดยให้การเชื่อมโยงระหว่างนางสาวอิสรีย์กับแม่ชีทองพูนและแม่ชีการ์ตูนรวม 3 คน ซึ่งอาจจะขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามเพิ่มอีกหลายสำนวน แต่ในขณะนี้ศาลท่านไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัว ก็คงไม่ต้องขอหมายจับเพียงสรุปสำนวนยื่นขออายัดตัวไว้สอบสวนข้อเท็จจริง เท่าที่ผู้เสียหายให้รายละเอียดมีตัวละครอยู่ประมาณนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนขณะนี้จำนวน 490 ราย มูลค่าความเสียหายราว 25 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายชื่อนางคำพา(นามสมมติ) ชาวบ้าน ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า มีแม่ชีทองพูนเข้ามาชักชวนซื้อผ้าป่าทองคำกองละ 3,000 บาท จึงลงทุนซื้อจำนวน 1 กอง ปรากฏว่าก็ได้ผลตอบแทนเป็นทองคำหนัก 1 สลึงจริง จึงเกิดความโลภลงทุนซื้อเพิ่มรวม 4 กองเป็นเงิน 12,000 บาท คราวนี้ไม่ได้รับทองคำเหมือนครั้งแรกสอบถามก็อ้างว่าเจ้าสำนักกำลังวิปัสสนากรรมฐานแผ่บุญให้ชาวบ้านอยู่ เลยชักชวนเพื่อนบ้านไปสำนักดังกล่าว เป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจับกุมตัวแม่ชีทองพูนพอดี จึงรู้ว่าถูกหลอกและได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รวมผู้เสียหายในหมู่บ้านตนประมาณ 30 ราย เมื่อถามว่าหวังจะได้เงินคืนไหมนางคำพาตอบคงยากเพราะผู้เสียหายเยอะขนาดนี้เจ้าสำนักจะเอาเงินที่ไหนมาให้