ด้านนางสาวมุกลดา ฯ ตัวแทน สลท. กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 ที่ผ่านมา รมว.สาธารณสุข ได้กำหนดออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมป้องกันอย่างเข้มข้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยล้ามีความเสี่ยงในการทำงาน ซึ่งมีจำนวนหนึ่งติดเชื้อและถูกกักตัวเข้าสู่ขบวนการการรักษามีผลกระทบกับครอบครัว ครม.จึงมีมติให้บรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างสายวิชาชีพและสหวิชาชีพเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการ เพื่อให้มีสวัสดิการ ความมั่นคงเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานจำนวน 45,984 คน นับเป็นสิ่งที่ดียิ่งสำหรับบุคคลกรทางการแพทย์ แต่ ครม.กลับไม่ได้มองเห็นใส่ใจให้ความสำคัญพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างอีกกลุ่มหนึ่ง คือพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างสายสนับสนุนบริการ เช่น พนักงานขับรถยนต์ฉุกเฉินรับ -ส่งผู้ป่วย พนักงานเปล พนักงาน ห้องบัตร พนักงานผู้ช่วยเหลือคนไข้ ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานห้องปฏิบัติการตรวจเลือด ที่มีจำนวน 170,000 คน ปฏิบัติงานเป็นด่านหน้าตัวจริง ต้องเผชิญกับผู้ป่วยกับโรคก่อนการคัดกรองดูแลผู้ป่วย จึงมีความเสี่ยงโอกาสติดเชื้อโรคได้มากกว่าบุคคลากรอื่นๆ
"เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพคือความมั่นคงในการทำงานในอาชีพ พนักงานสาธารณสุขและลูกจ้างสายสนับสนุนบริการ ขอความเมตตาจากทาง ครม.พิจารณาให้การช่วยเหลือบุคลากรในส่วนนี้ได้รับค่าจ้างเงินเดือนแทนจากงบประมาณโดยตรงจากกระทรวงการคลังมิใช่เงินบำรุงของโรงพยาบาลหรือของหน่วยงาน" น.ส มุกลดา กล่าวขอความเห็นใจ