คณะกรรมการ ศูนย์เฝ้าระวังป้องกันเชื้อโรคโควิด-19 จังหวัดศรีสะเกษ แถลงเตรียมแผนสำรองโรงพยาบาลรอบนอก สำรองเตียง สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน สามารถจัดการรับส่งเข้ารักษาได้ทันที ขณะที่วันนี้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 12 คน รวมสะสม 138 คน

28 เมษายน 2564 ที่ ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด, นายแพทย์ ทนง วีระแสงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, นายแพทย์ ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ. โรงพยาบาลศรีสะเกษ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ป้องกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ร่วมกันดแถลงข่าวผลการดำเนินงาน ที่มีการวางแผน ป้องกัน เฝ้าระวัง ตรวจคัดกรอง สกัดกั้น การแพร่ระบาด ของเชื้อโรคโควิด-19 








นับตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2564 และระบาดหนักจนทำให้จังหวัดศรีสะเกษมีการติดเชื้อเป็นรายแรก ไข่แดงแตก ในวันที่ 8 เมษายน 2564 จากการเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้  มีการเคลื่อนย้ายแรงงานผู้คนเข้ามายังพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จนทำให้เกิดการแพร่เชื้อกระจายไปในจังหวัดศรีสะเกษหลายอำเภอ แม้จังหวัดจะใช้ความพยายามในการสกัดกั้น ควบคุม ดูแลเฝ้าระวังทุกมาตรการ แต่ด้วยความสนิทสนมของครอบครัวผู้ติดเชื้อ ที่เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยงสูง อย่างเช่นกรุงเทพมหานคร จึงทำให้เชื้อแพร่กระจายจากคนในครอบครัวด้วยกัน ก่อนที่จะแพร่ไปยังกลุ่มบุคคลอื่นที่เสียงสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้วันนี้มีผู้ติดเชื้อพรุ่งขึ้น ยอดสะสมจำนวน 138 ราย และเป็นการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากยอดเมื่อวานนี้วันเดียว 12 ราย 








โรงพยาบาลรอบนอกสำรองเตียงเต็มที่พร้อมรับผู้ป่วยโควิด










 

จึงทำให้วันนี้จังหวัดต้องออกมาแถลงข่าว พร้อมส่งกระจายเสียงผ่านสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ผ่านไปยังหอกระจายข่าวทุกหมู่บ้านทุกตำบลทุกอำเภอ ให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมกันหยุดเชื้อเพื่อตนเอง ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดมีผู้เสียชีวิตขึ้นได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบางที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคปอด โรคตับ หรืออื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่สูงอายุ แต่หากทุกคนได้ช่วยกันป้องกันตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศออกไป จะทำให้ไม่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม ขณะเดียวกันจังหวัดศรีสะเกษได้เตรียมขยายโรงพยาบาล ในรอบนอกตามอำเภอต่าง ๆ ทั้ง 22 อำเภอ เพื่อเป็นที่รองรับ รักษาตัวผู้ที่ป่วยติดเชื้อ หากเกิดกรณีฉุกเฉินป่วยพร้อมกันจำนวนมาก

โรงพยาบาลรอบนอกสำรองเตียงเต็มที่พร้อมรับผู้ป่วยโควิด

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำแถลงข่าวถึงพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ทั้ง 22 อำเภอ ที่มีประชากรราว 1.5 ล้านคน ว่า แม้ว่าวันนี้จังหวัดศรีสะเกษจะออกมาตรการอย่างเข้มข้นสักปานใด แต่หากพี่น้องประชาชนไม่ให้ความร่วมมือในการสกัดกั้น เฝ้าระวัง ป้องกันตนเอง ทุกมาตรการก็จะไม่ได้ผล ก็จะยังมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน โดยพบว่าผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เป็นการติดเชื้อต่อจากคนที่ติดเชื้อเดิมทั้งสิ้น ที่น่าเป็นห่วงมากคือมีเด็กอายุเพียง 6 ขวบติดเชื้อด้วย รวมทั้งมีผู้สูงอายุซึ่งมีโรคประจำตัวติดเชื้ออีกหลายคน จึงได้มอบหมายให้ทางสาธารณสุขจังหวัด ได้ร่วมกับโรงพยาบาลที่อยู่รอบนอกตามอำเภอต่าง ๆ ได้จัดเตรียมห้องแยกเชื้อ ไว้รองรับผู้ป่วยที่อาจจะขยายตัวแบบก้าวกระโดด ในกรณีฉุกเฉิน 








โรงพยาบาลรอบนอกสำรองเตียงเต็มที่พร้อมรับผู้ป่วยโควิด










และฝากถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน อสม. ประจำหมู่บ้าน ที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการป้องกันตนเองไม่ให้เป็นผู้ติดเชื้อรายต่อไป และที่สำคัญต้องกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดกลุ่มเสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อ จะต้องมีการกักตัวที่บ้านอย่างน้อย 14 วัน และหากผิดปกติให้เร่งประสานโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อรับตัวเข้ารับการตรวจรักษาทันที เพื่อเป็นการควบคุมวงของการแพร่ระบาดให้แคบลง และหวังว่าพี่น้องประชาชนพี่มีธุระจำเป็นออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากทุกครั้ง ตนไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายตามประกาศสภาวะฉุกเฉิน และปฏิบัติตัวเคร่งครัดในการห้ามรวมกลุ่มกัน ทำกิจกรรมใด ๆ ทั้งสิ้นในช่วงระยะนี้ ที่สำคัญทุกคนจะต้องตระหนักว่าโลกนี้อันตราย แต่ต้องมีสติไม่ตกใจ จนขาดการป้องกันตนเอง แล้วหวังว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจในสถานการณ์ในช่วงนี้ของจังหวัดศรีสะเกษ












โรงพยาบาลรอบนอกสำรองเตียงเต็มที่พร้อมรับผู้ป่วยโควิด