"สุพัฒนพงษ์"ชี้ โควิดกระทบGDP ทั่วโลกและไทย ขอประชาชนนำเงินฝากกว่า 5 แสนล้านออกมาใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจดัน GDP โต 4%ตามเป้า พร้อมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเดือนมิ.ย. ยัน ไม่ต้องกู้ใหม่

วันนี้ (26 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วม ฝ่ายเศรษฐกิจและความมั่นคง ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม เมื่อเช้าวันนี้ ว่า ยังไม่ได้มีการหารือเรื่องมาตรการเยียวยา วันนี้ประชุมเฉพาะเรื่องการยกระดับในการดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเด็นการประเมินสถานการณ์ช่วง 2 สัปดาห์หลังสงกรานต์ ขณะนี้ยังไม่ครบ 2 สัปดาห์ ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น แต่ขอให้นำตัวเลขผู้ที่รักษามาเทียบกัน ก็ถือเป็นสัดส่วนที่น่าสนใจ ดังนั้น การดูแลผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ รวมถึง ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก-เบา ต่างกัน จะต้องจัดการดูแลรักษาให้เพียงพอ

ขณะที่แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยว ต้องรอการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง น่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้ ส่วนที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปรับลดรายได้การท่องเที่ยวนั้น เป็นเพียงภาพรวม เพราะคนไทยมีการท่องเที่ยวภายในประเทศแต่ละปีมากถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งการปรับลดตัวเลขการท่องเที่ยวจาก 160 ล้านคนต่อครั้ง ลดเหลือ 120 ล้านคนต่อครั้ง คิดเป็นเงินรายได้ 5.5 แสนล้านบาท ที่เป็นการประเมินในช่วงของเวลานี้ หากแก้สถานการณ์โควิดกลับดีขึ้นและควบคุมได้ คนไทยมีความมั่นใจมากขึ้น ก็จะทำให้การท่องเที่ยวกลับมาดีได้มากกว่าเดิมด้วย

ส่วนการตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 6 ล้านคน เหลือเพียง 3 ล้านคนนั้น นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่มีสาเหตุจากประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ต่างชาติเองก็มีการระบาดเชื้อโควิด-19 ด้วยเช่นกัน แต่ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวกระทบต่อ GDP ของไทยและ GDP ของทั่วโลก ซึ่งการระบาดรอบนี้น่าเป็นห่วงจริงๆ และคิดว่าหากคนไทยช่วยกันก็ยังมีโอกาสที่ GDP ของไทยจะโตขึ้น 4% ได้ เพราะในตอนนี้พบว่าบัญชีเงินฝากของคนไทยสูงขึ้นหลายแสนล้านบาท ดังนั้น หากต้องการให้ GDP สูงขึ้น 4% ก็ขอให้ช่วยนำเงินฝากออกมาใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งถ้านำจำนวนเงินฝาก 5-6 แสนล้านบาท ออกมาใช้ จะเปลี่ยน GDP ได้ถึง 3% หรือหากนำเงินฝากมาใช้เพียงครึ่งหนึ่งก็จะช่วยให้ GDP ขยับ ถึง 1% ทั้งนี้ จากการประเมินประเทศไทยจะมี GDP 2.7 % แต่หากได้คนไทย คนรักประเทศ รักชาติ มาช่วยกันใช้จ่าย เห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือคนที่ด้อยโอกาสกว่า ทุกอย่างก็จะกลับมาได้

ส่วนจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วขึ้นหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะมีการตัดสินใจในช่วงเดือนพฤษภาคม และเริ่มใช้ในช่วงเดือนมิถุนายน โดยรัฐบาลจะต้องเร่งการใช้จ่ายในทุกกระทรวงและเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.เงินกู้ แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการกู้เงินเพิ่มเพราะยังเป็นกรอบเงินเดิม โดยมาตรการที่จะออกมาใช้เงินจำนวนไม่มาก พร้อมย้ำว่า วันนี้สิ่งสำคัญต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าประเทศไทย สามารถควบคุมการระบาดโรคโควิด-19 ได้ และขอให้ทุกคนมั่นใจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น