โรงพยาบาลนครพิงค์ เร่งฉีคซีนรอบที่ 3 จำนวน 4,000 โด๊สให้ครบภายใน 25 เมษายน 64 เผยการฉีดวัคซีน 2 รอบยังไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ขณะที่พบผู้ป่วยโควิด เริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น ต้องใช้งานห้องความดันลบ เต็มทั้ง 43 ห้อง แบ่งเป็นผู้ป่วยที่อาการรุนแรง 15 ราย ผู้ป่วยเข้าขั้นวิกฤต 12 ราย ผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจถึง 9 ราย

เชียงใหม่พบมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น


        เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ได้รับวัคซีนรอบที่ 3 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 จำนวน 19,960 โด๊ส สำหรับ 9,980 คน โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้พิจารณาจัดสรรให้กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ, อสม.,  ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ปฏิบัติงานรพ.สนาม และHospitel  โดยแบ่งเป็นร้อยละ 60ของวัคซีนทั้งหมดจะจัดสรรแก่บุคลากรการแพทย์  และสาธารณสุข ที่กำลังทำงานกันอย่างหนัก ให้ได้รับการฉีดไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ในรอบนี้

เชียงใหม่พบมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น



            ในส่วนของรพ.นครพิงค์ที่เป็นหน่วยฉีดวัคซีนหลักของจังหวัดเชียงใหม่   ได้รับการจัดสรรวัคซีนในรอบนี้ จำนวน 4,000 โด๊ส ได้เริ่มทำการฉีดไป ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564  คาดว่าจะทำการฉีดได้ครบภายในวันที่ 25 เมษายน 2564 ซึ่งจากสถิติจากการฉีดวัคซีน 2 รอบที่ผ่านมาของ จังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง มีเพียงอาการข้างเคียงเล็กน้อยเท่านั้น 
            ส่วนวัคซีนของประชาชนทั่วไป จะสามารถจองวัคซีนผ่านไลน์หมอพร้อมได้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป และคาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2564 

เชียงใหม่พบมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น


           ขณะที่เพจของโรงพยาบาลนครพิงค์ รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลนครพิงค์ยังคงหนักหนาสาหัส   จากสถานการณ์ของโรคโควิดในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกือบทะลุ 3,000 ราย  ในขณะที่ผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการ ไม่หนักมากในช่วงเริ่มแรก ที่ให้การรักษาที่รพ.สนามและรพ.ชุมชนต่างๆ เริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น 


เชียงใหม่พบมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น


            ทั้งนี้  โรงพยาบาลนครพิงค์    ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยหนัก จึงต้องรับผู้ป่วยหนักที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วเชียงใหม่ รวมไปถึงผู้ป่วยที่จำเป็นต้องทำผ่าตัด เช่น กรณีผู้ป่วยโควิดมีอาการแท้งที่ต้องขูดมดลูก จนถึงกรณีล่าสุดที่ผู้ป่วยโควิดต้องผ่าตัดคลอด ทำให้ขณะนี้โรงพยาบาลนครพิงค์ต้องใช้งานห้องความดันลบ ทั้ง 43 ห้อง อย่างเต็มศักยภาพ

เชียงใหม่พบมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น



            นอกจากนั้น   ยังพบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง(สีส้ม) และวิกฤต(สีแดง) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 โรงพยาบาลนครพิงค์มีผู้ป่วยที่อาการรุนแรง 15 ราย มีผู้ป่วยเข้าขั้นวิกฤต 12 ราย และมีผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจถึง 9 ราย ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ มีความซับซ้อนในการดูแล ต้องใช้ทั้งกำลังคนและ ทรัพยากรเครื่องมือต่างๆ เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ เครื่องให้ออกซิเจนแบบ high flow รวมถึงอุปกรณ์ในการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณผู้ป่วยหนักที่ต้องดูแล

เชียงใหม่พบมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น