เปิดใจนักรบด่านหน้าตั้งจุดคัดกรองทางเข้าออกหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น หลังพบครอบครัวเจ้าของสถานบันเทิงใน กทม.เดินทางกลับช่วงสงกรานต์และพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนเจ้าหน้าที่ต้องกักตัว 14 วัน ขณะที่ชาวบ้านนำพื้นที่เองก็ได้รับผลกระทบจ้างปัญหานายจ้างไม่จ้างและชาวบ้านไม่ซื้อของที่ชาวบ้านในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อไปขาย

23 เม.ย.2564 ที่ด่านตรวจชุมชนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 หน้าทางเข้าหมู่บ้าน บ้านหนองโนหมู่ 1 ต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูการทำงานของนักรบด่านหน้าที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ รพ.สต. , อสม. , ผู้นำชุมชน , และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด มีการตรวจเช็คทุกคนที่เดินทางเข้าออกหมู่บ้าน และให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรค เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนในชุมชน ภายหลังจากในหมู่บ้านพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เดินทางกลับมาจาก กทม.เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2564 เข้าที่พักและแจ้ง อสม.ในพื้นที่ว่ากลับมาจากพื้นที่ที่เสี่ยง กระทั่งมีการตรวจหาเชื้อเชิงลึกและพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19ทั้งครอบครัวจำนวน 6 คน และได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาลที่ทางเจ้าหน้าที่จัดสรรไว้ให้ทั้งหมด 











ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำให้เกิดผลกระทบไปยังส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักรบด่านหน้าต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด ชาวบ้านในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพรับจ้างและค้าขาย ถูกมองว่าเป็นคนกลุ่มเสี่ยง ทำให้เกิดการเลิกจ้างและไม่รับซื้อสินค้าจากคนในชุมชนนี้ รวมไปถึงในชุมชนเองเกิดความกังวลว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19ที่เกิดขึ้นจากคนในครอบครัวทั้ง 6 คนนี้ 






เปิดใจนักรบด่านหน้าป้องกันโควิด19 ขณะที่ชาวบ้านถูกรังเกียจต่อสังคม










เปิดใจนักรบด่านหน้าป้องกันโควิด19 ขณะที่ชาวบ้านถูกรังเกียจต่อสังคม













นางนิลุบล ศรีสุข ผอ.รพ.สต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนเองเป็น 1 ในเจ้าหน้าที่ที่ถูกกักตัว 14 วัน ต้องแยกออกจากครอบครัวมาอยู่ลำพังภายในบ้านพัก เนื่องจากมีความเสี่ยงในการสัมผัสติดเชื้อ แต่ในเรื่องหน้าที่นั้นก็ยังต้องมีการบริหารเพื่อให้มาตรการการป้องกันโรคเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการทำงานของเรานั้น จะมีการประสานงานร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยคณะกรรมการควบคุมโรคระดับตำบลที่มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งตำบลห้วยแก ซึ่งจะมีการวางแผนในการควบคุมโรค การประชาสัมพันธ์โรค ถึงสาเหตุการเกิดและการป้องกัน โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ทั้งเช้าเย็นในทุกวัน ทุกหมู่บ้าน ให้อสม.ในพื้นที่กระจายข่าวในเขตรับผิดชอบของตัวเองร่วมกับผู้นำชุมชน แต่ปัญหาก็ยังมีในเรื่องของการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ปฏิบัติตาม อาจมีประชาชนหลายพื้นที่ที่ไม่เข้าใจ เราก็จะมีการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง 







เปิดใจนักรบด่านหน้าป้องกันโควิด19 ขณะที่ชาวบ้านถูกรังเกียจต่อสังคม









เมื่อเกิดเหตุกาณ์ขึ้นในพื้นที่ต.ห้วยแก เราซึ่งเป็นด่านหน้าจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้ ก็จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ทั้งการกักตัวเอง 14 วันเพราะสัมผัสกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งมาตรการการป้องกันโรคด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อย ๆ การเว้นระยะห่างทางสังคม เมื่อชาวบ้านในพื้นที่เห็นเจ้าหน้าที่ทำเป็นตัวอย่างก็จะเกิดความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญ ก็จะมีการร่วมมือกันในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ก็จะคอยแนะนำให้กำลังใจซึ่งกันและกันช่วงหลังมาชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และก็มีหลายๆหมู่บ้านนำของมาบริจาคเมื่อทราบว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ในพื้นที่ถึง 6 คน แม้เจ้าหน้าที่จะเหนื่อยแต่เพื่อให้ชุมชนและจังหวัดขอนแก่นก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปโดยเร็วก็จะต้องร่วมแรงร่วมใจกันทุกฝ่าย

เปิดใจนักรบด่านหน้าป้องกันโควิด19 ขณะที่ชาวบ้านถูกรังเกียจต่อสังคม

ด้านนายสายัญ แวมประชา ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19นั้น ผลกระทบที่ตามมาของชาวบ้านในพื้นที่ก็จะเป็นในเรื่องของถูกนายจ้างเลิกจ้าง และผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายไม่มีคนซื้อ ไม่สามารถเข้าตลาดเพื่อนำสินค้าไปขายได้ เพราะส่วนใหญ่กลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19ไปด้วย ทำให้ชาวบ้านต้องออกนอกพื้นที่ให้น้อยที่สุด และต้องรอคอยความช่วยเหลือจากหมู่บ้านใกล้เคียงและหน่วยงานต่าง ๆ นำถุงยังชีพมาบริจาคช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ตอนนี้ชาวบ้านทุกคนมีความตระหนักและร่วมมือร่วมใจในการป้องกันโรคเป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนตามคำแนะนำของทางเจ้าหน้าที่






เปิดใจนักรบด่านหน้าป้องกันโควิด19 ขณะที่ชาวบ้านถูกรังเกียจต่อสังคม












อย่างไรก็ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้มีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างตัวเนื่อง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในวงคลัสเตอร์ของผู้ติดเชื้อที่มาจากสถานบันเทิงเท่านั้น ขณะนี้เข้าสู่การระบาดในวงที่ 2 และ 3 คือผู้ที่อยู่ในครอบครัวกับผู้ติดเชื้อในวงที่ 1 และแพร่กระจายเชื้ออกไปสู่คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ แม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในจังหวัดขอนแก่นจะมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ยังคงเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคที่จะต้องเริ่มที่ตัวเองเป็นส่วนสำคัญ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทางออกจากบ้าน การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ และการรักษาระยะห่างทางสังคม ซึ่งจะสามารถช่วยให้จังหวัดขอนแก่นและทุกพื้นที่กลับสู่พื้นที่สีเขียวอีกครั้ง