ทางด้านนางธันยารัตน์ วรรณบุปผา อายุ 48 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิตฝ่ายชาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อกับ นายวศุภัทร หลายวันแล้ว แต่โทรไปก็ไม่มีคนรับสาย และได้พยายามให้เพื่อนของน้องชายโทรหาก็พบว่าโทรติด แต่ไม่มีคนรับเช่นกัน จนกระทั่งมาทราบเรื่องในวันนี้ โดยที่ผ่านมานั้นตนพอทราบว่าน้องชายกับแฟนสาวนั้นมักมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้งและทะเลาะกันแทบทุกวัน
ทั้งนี้ ตนทราบดีว่านิสัยของน้องชายนั้นเป็นคนขี้หึงหวง และพักหลังฝ่ายหญิงไม่ได้ทำงาน และตนมักจะได้ยินน้องชายบ่นให้ฟังอยู่เป็นประจำว่าเมื่อทะเลาะกับแฟนสาว และแฟนสาวมักจะหนีกลับไปอยู่บ้านที่ อ.ฝาง แล้วน้องชายของตนจะไปตามกลับมา
ประกอบกับฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนหน้าตาดีมาก และคบกันมาได้ประมาณปีกว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนน้องชายยังไม่ได้คบกับแฟนสาวก็อาศัยอยู่กับตน จนกระทั่งมาคบกันก็ย้ายมาอยู่ห้อพักแห่งนี้ได้ประมาณ 3-4 เดือน ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ตนพบว่าน้องชายมักจะโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กของตัวเอง ลักษณะประมาณว่าจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง เมื่อช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเพื่อนๆ ของน้องชายคอยเตือนให้น้องชายนั้นเลิกกับแฟนคนนี้ เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งมันก็เกิดขึ้นจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ภายหลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และการตรวจชันสูตรศพเบื้องต้นของแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบว่าการเสียชีวิตของทั้งคู่น่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องของความหึงหวงที่ฝ่ายชายเกรงว่าแฟนสาวแอบไปคนชายอื่นเนื่องจากฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนที่หน้าตาดี รวมไปถึงปัญหาที่มักทะเลาะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง
จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า ก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายน่าจะเกิดทะเลาะมีปากเสียงกันแล้วฝ่ายชายได้ใช้อาวุธมีดแทงฝ่ายหญิงตามร่างกายหลายแฟลจนเสียชีวิต ก่อนที่จะได้ขึ้นไปบนห้องพักเพื่อเอาผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนและเครื่องนอน ซึ่งก่อนออกจากห้องก็ได้มีการเขียนข้อความทิ้งไว้ที่กระจกภายในห้อง แล้วได้นำผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนมาคลุมศพของฝ่ายหญิง จากนั้นจึงได้ทำการฆ่าตัวตายตามด้วยการจุดไฟเผาถ่านรมควันตัวเองในรถ และคาดว่าฝ่ายชายอาจจะมีการกินสารเคมีเข้าไปด้วย จนกระทั่งเสียชีวิตอยู่ในรถทั้ง 2 คน และมีคนมาเจอศพในวันนี้