เชียงราย - ตำรวจแม่สาย ร่วมทหารกองกำลังผาเมือง จับลูกปืนเอ็ม 16 จำนวน 6 พันนัด ระเบิดลูกเกลี้ยงอีก 52 ลูก ส่งพัสดุลง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เตรียมส่งต่อ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่เร่งขยายผล

     วันที่ 29 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ. พิพัฒน์ นาระเดช ผกก.สภ.แม่สาย ร่วมกับทหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง นำโดย พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม3 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจสอบของกลางเป็นกระสุนปืนขนาด 5.56 มม.ที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 รวมจำนวนกว่า 6,000 นัด ระเบิดขว้างสังหารบุคคล รุ่น K75 อยู่ในกล่องทรงกระบอกสำหรับบรรจุลูกระเบิด จำนวน 52 ลูก เพื่อทำการขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ

จับอาวุธสงคราม-เตรียมส่งข้ามชายแดน



หลังจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าประชาชนในพื้นที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นร้านรับส่งพัสดุภัณฑ์ได้รับกล่องพัสดุด่วนเอกชนรายหนึ่งจำนวน 4 กล่อง โดยส่งมาจาก จ.ชลบุรี และว่าจ้างให้นำไปส่งยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่เห็นว่ามีลักษณะน่าสงสัยเพราะน้ำหนักมากผิดปกติจึงขอให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ



เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดกล่องดูพบลูกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. รวมทั้งหมด 6,000 นัด ระเบิดขว้างสังหารบุคคล รุ่น K75 อยู่ในกล่องทรงกระบอก ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์พันทับจำนวน 52 ลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบชื่อและที่อยู่ผู้รับและผู้ส่งอย่างละเอียด พบทุกกล่องส่งมาจากชื่อและหมายเลขโทรศัพท์บุคคลเดียวกัน ส่วนผู้รับปลายทางในประเทศเพื่อนบ้าน



จับอาวุธสงคราม-เตรียมส่งข้ามชายแดน

โดยเจ้าหน้าที่พบนายมโนกรณ์ สั่งสอน อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขับรถไปรับกล่องพัสดุดังกล่าวและได้โทรศัพท์แจ้งไปยังรถตู้รับส่งสินค้าชายแดน 1 คันให้ไปรับเพื่อจะลำเลียงไปส่งยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายมโนกรณ์ เอาไว้และขยายผลไปควบคุมตัวนายทรงศักดิ์ สิริชัยรุ่งเรือง ที่เป็นคนขับรถตู้รับจ้างข้ามแดนไทย-เมียนมา ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 เอาไว้ได้



จับอาวุธสงคราม-เตรียมส่งข้ามชายแดน



สอบสวนเบื้องต้นทั้งคู่ต่างให้การปฏิเสธ โดยนายมโนกรณ์ อ้างตนเป็นเพียงคนรับจ้างให้ไปรับส่งกล่องพัสดุไปส่งให้ผู้รับที่ จ.ท่าขี้เหล็ก โดยเมื่อไปถึงจะมีผู้ติดต่อสั่งการมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะคิดว่าเป็นสินค้าถูกต้องตามกฎหมายและไม่ทราบว่าเป็นอาวุธสงคราม ส่วนนายทรงศักดิ์ ให้การว่าตนเป็นเพียงคนขับรถตู้รับจ้าง ไม่ทราบว่าเป็นสินค้าชนิดใดเช่นกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงทำการสอบปากคำอย่างละเอียดและรวบรวมหลักฐานตางๆ เพื่อพิจารณาดำเนินคดี "มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย"ต่อไป

จับอาวุธสงคราม-เตรียมส่งข้ามชายแดน