"ชัชชาติ" ยืนยันลงสมัครผู้ว่ากทม.แน่ในนามอิสระ ปัดท้าชน "จักรทิพย์" บอกเป็นการเสนอความหวัง เป็นทางเลือกให้ประชาชน ระบุ อยากให้กทม.น่าอยู่สำหรับทุกคน ลั่นหมดยุคอัศวินขี่ม้าขาวแล้ว แนะ "ม็อบ" การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปและเรียนรู้สิ่งที่ผ่านมา

วันนี้ (27 มี.ค.) ที่โรงแรม เอสซีปาร์ค กลุ่มเชนจ์เมกเกอร์ พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรมอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บรรยายในหัวข้อ "Future of people" มีเนื้อหาเน้นย้ำไปที่การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ทุกคนจึงต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการถามว่าถ้าเปลี่ยนแปลงได้หนึ่งอย่างในประเทศไทยอยากเปลี่ยนอะไร นายชัชชาติ ตอบว่าอยากเปลี่ยนเรื่องความเหลื่อมล้ำที่จะห่างขึ้นเรื่อยๆด้วยเทคโนโลยีที่กระจายไม่เท่ากัน ส่วนการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ตนไม่สามารถเปลี่ยนได้ ต้องเปลี่ยนเป็นทีม เป็นอัศวินม้าขาวเปลี่ยนไม่ได้ หมดยุคของอัศวินม้าขาว ต้องเป็นมูฟเม้นของทุกคนร่วมกัน เมื่อไหร่ที่เรียกขอให้มาเพราะต้องการพลัง วิสัยทัศน์ของกทม. ที่เป็นเมืองน่าเที่ยวนั้น สำหรับตนอยากให้กทม.เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน เมื่อมีผู้ถามว่า ในฐานะผู้ว่ากทม.มีวิธีแก้ปัญหาจราจรอย่างไร นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.ต้องตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้ผู้ว่าฯนั่งหัวโต๊ะดูว่ามีปัญหาตรงไหนต้องแก้ตรงไหน กทม.ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นเจ้าบ้าน ผู้ว่าฯต้องนั่งหัวโต๊ะลุยเองเพื่อให้การแก้ปัญหาดีขึ้น


นายชัชชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการประกาศตัวลงสมัครผู้ว่ากทม.ว่า ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใดเพราะยังไม่มีการประกาศออกมา แต่ยืนยันจะลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างแน่นอนในนามอิสระ เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะหลีกทางให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. แล้วจะกลับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวย้ำว่าลงในนามอิสระ ส่วนความพร้อมขณะนี้มีทีมงานช่วยคิดนโยบายและลงพื้นที่อยู่ตลอด ไม่ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด เมื่อถามว่ายืนยันลงเช่นนี้ถือเป็นการท้าชน พล.ต.อ.จักรทิพย์ใช่หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เชิงท้าชนเราไม่ได้แข่งกับใคร แต่เป็นการเสนอความหวังเป็นทางเลือกให้ประชาชน ซึ่งเราเตรียมตัวมาปีกว่าแล้ว ตอนนี้ก็สบายๆไม่ใช่แข่งขันเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นการแข่งกันหาความหวังให้ประชาชนดีกว่า ส่วนที่โพลต์ตนมีคะแนนนำแต่มีคนที่ยังไม่ตัดสินใจจำนวนมากนั้น ตอนนี้รอให้มีตัวเลือกที่ครบก่อน อาจจะมีคนที่เก่งหรือดีกว่าตนซึ่งก็ไม่ได้กังวลจุดนั้น ยิ่งมีตัวเลือกมากยิ่งเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ตนไม่ได้มุ่งมั่นที่จะเอาชนะ แต่มุ่งมั่นหาคำตอบสร้างความหวังให้ประชาชนมากกว่า เมื่อถามว่ามีข้อเสนอแนะอะไรต่อคนรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในขณะนี้บ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จะไปคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหนึ่งปีถือว่าเร็วเกินไป ทั้งนี้ต้องมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปและเรียนรู้สิ่งที่ผ่านมา