ภาคเหนือ - ปม"วิจิตรศิลป์" มช. เป็นหนังชีวิต "อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์" นักวิชาการอิสระชื่อดัง โพสต์ตอบโต้ "เอนก เหล่าธรรมทัศน์" มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา" เหน็บเป็นครั้งแรกที่รมต.กล้าข่มขู่คุกคามเสรีภาพของอาจารย์ตรงไปตรงมา

ภายหลังศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)กล่าวถึงกรณีที่คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะเข้าไปเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษา สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ที่กำลังจัดแสดงอยู่ จนเกิดการเผชิญหน้าโต้เถียงกันรุนแรง และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมอย่างกว้างขวางว่าได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบใน การกำกับ ดูแลสถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย อีกทั้งเป็นการปกป้องชื่อเสียงของนักศึกษา บุคลากร และมหาวิทยาลัยโดยรวม เป็นการกระทำโดยชอบแล้วและขอให้กำลังใจผู้บริหารทุกระดับของทุกมหาวิทยาลัย ที่ยืนหยัดรักษากฏหมาย


โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"



โดยย้ำว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรหรือใครก็ไม่ว่า รับได้ แต่ถ้าแตะชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ถ้าไม่ฟัง เราไม่มีทางอื่น นอกจากต้องดำเนินการ เพราะทำผิดกฏหมาย ผิดรัฐธรรมนูญและผิดจรรยาบรรณความเป็นอาจารย์ ตนเข้าใจดีเรื่องเสรีภาพ แต่เสรีภาพนั้น ไม่ว่าที่ไหนในโลก ต้องมีขอบเขต ใครที่ต้องการเสรีภาพที่สุดขั้ว ที่มากล้นกว่านี้ ก็ไม่ควรอยู่ในชุมชนมหาวิทยาลัย เพราะไม่มีใครบังคับให้อยู่ที่นี่


เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพจเฟซบุ๊คชื่อ "ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง" ได้โพสต์ข้อความมหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา" เขียนโดยศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์นัก วิชาการอิสระชื่อดัง โดยระบุข้อความว่า1.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า "ตนเข้าใจดีเรื่องเสรีภาพ แต่เสรีภาพนั้น ไม่ว่าที่ไหนในโลก ต้องมีขอบเขต ใครที่ต้องการเสรีภาพที่สุดขั้วที่มากล้นกว่านี้ ก็ไม่ควรอยู่ในชุมชนมหาวิทยาลัย เพราะไม่มีใครบังคับให้อยู่ที่นี่" และ "อาจารย์ส่วนใหญ่พอใจในเสรีภาพวิชาการ แต่อาจารย์ส่วนน้อยนิด ถ้าไม่เชื่ออยากจะรุกล้ำอะไรมากกว่านี้ ตนก็เสียใจที่จะบอกว่าขอให้เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาก็แล้วกัน"


โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"



ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีกล้าข่มขู่คุกคามเสรีภาพของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ และเหมือนกับว่าเป็นการพูดโดยไม่รู้เรื่อง/ไม่สำนึกถึงความหมายของมหาวิทยาลัยเลย ทั้ง ๆ ที่เอนก เหล่าธรรมทัศน์ควรจะสำนึกว่ามหาวิทยาลัยมีความหมายอย่างไรต่อสังคม เพราะเอนกก็เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เคยเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ อยู่ในบรรยากาศการสร้างสรรค์สติปัญญามาเนิ่นนาน แต่กลับมากล่าวข่มขู่และคุกคามเสรีภาพและนักวิชาการอย่างไร้สติปัญญา


โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"


การพูดที่แสดงว่าอเนก ไม่มีความสำนึกสำคัญเช่นนี้แล้ว ก็ควรจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาฯ ไปเสียเลยดีกว่า เพราะเอนกกำลังจะใช้อำนาจทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็น "ค่ายกักกันทางปัญญา"

อเนก คงจำได้กระมังว่าเสรีภาพทางวิชาการสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการแสวงหาความรู้เพื่อเข้าใจต้นตอของปัญหาในชีวิตของคนและสังคมและสร้างทางเลือกที่ดีกว่าเดิม ถ้าเสรีภาพในการอธิบายปัญหาและสร้างทางเลือกให้แก่การแก้ไขปัญหาถูกทำลาย แล้วบังคับให้ทุกคนต้องเดินอยู่บนเส้นทางแคบ ๆ เส้นทางเดิมและเส้นทางเดียวตลอดไป คนทั้งสังคมก็จะเสมือนตกอยู่ในความมืดบอดตลอดกาลไม่มีโอกาสมองเห็นแสงสว่างใหม่ ๆ ยิ่งสังคมเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อนมากเพียงใด เสรีภาพของมหาวิทยาลัยก็ยิ่งสำคัญมากขึ้น หากมหาวิทยาลัยกลายเป็น "ค่ายกักกันทางความคิด" เสียแล้ว จะอธิบายปัญหาและสร้างทางเลือกใหม่ ๆ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างไร



โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"


ใครที่ขัดขวางทำลายเสรีภาพทางวิชาการจึงเท่ากับทำลายทางเลือกของสังคมไทยที่ที่จะแสวงหาเส้นทางไปสู่อนาคตที่งดงาม นักศึกษาประวัติศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้กล่าวไว้ว่าประวัติศาสตร์จะจารึกว่า "ยุคสมัยนี้ทรราชครองเมือง" และอเนกก็ได้ขายวิญญาณให้แก่ทรราชไปแล้ว



โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"


2.สังคมไทยกำลังเคลื่อนเข้าไปสู่ " ยุคนาซีใหม่" เพราะอำนาจดิบ/เถื่อน/ของทรราชเถลิงอำนาจขึ้นครอบงำสังคมไทยและปรับเปลี่ยนผู้คนในสังคมไทยให้กลายเป็น "อณู" ที่จะมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อไปเชื่อมตัวเองกับอำนาจของทรราช "อณู"เล็ก ๆ ที่แยกกระจัดกระจายจึงทนรับได้กับการทำลายล้าง/ฆ่าเพื่อนบ้านชาวยิวที่เคยสนิทสนมกัน เช่น ในคืนวันกระจกแตก (Night of Broken Glass) เอนกยอมเป็นเครื่องมือของ "นาซีใหม่" ในการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นค่ายกักกันทางความคิด ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเพาล์ โยเซ็ฟ เกิบเบิลส์ ( Paul Joseph Goebbels) รัฐมนตรีกระทรวงประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลฮิตเลอร์เลย

โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"




"นาซีใหม่" ในสังคมไทยเถลิงอำนาจ ด้วยการสร้าง "วัฒนธรรมแห่งความกลัว" (Culture of Fear) ด้วยการทำให้เกิดการกระจายความกลัวไปทุกระดับและทุกมิติ ในระดับสังคม ความยุติธรรมก็เอียงข้างอย่างเห็นได้ชัด การใช้คนเสื้อเหลืองที่พร้อมใช้ความรุนแรง การระบุและเลือกฝ่ายตัวเองให้ปรากฏต่อสายตาคนในสังคม ที่สำคัญ ทำให้ชีวิตคนที่ต้องการเสรีตกอยู่ในความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มที่จะถูกกระทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังคำข่มขู่ของรัฐมนตรีข้างต้น


"นาซีใหม่" ได้ทำให้ช่องทางการเลื่อนตำแหน่ง/การได้รับการอุปถัมภ์/หรือได้รับผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ส่วนตัว ดังที่มีข่าวว่ามีตำแหน่งรัฐมนตรีจากโควตา กปปส. หรืออีกหลายกรณี ซึ่งเป็นกระบวนการสั่นคลอนระบบที่เคยดำรงอยู่ให้มีความไม่แน่นอนแต่ทั้งหมดกลับกลายเป็นการทำให้ขึ้นตรงต่อผู้นำ "นาซีใหม่"



โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"


. "นาซีใหม่"ปิดกั้นความคิดคนและพยายามดันให้คนทั้งสังคมคิดคำนึงไปในทางทิศที่ตนเองต้องการ จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็นข่มขู่ไม่ให้มีความคิดต่างออกไป ด้วยการสร้างให้ "วัฒนธรรมความกลัว" ขยายตัวและกระจายออกไปให้กว้างขวางมากที่สุด ปราการที่ต้องทำลายก่อนก็คือ "มหาวิทยาลัย" เพื่อที่จะขยายความกลัวได้สะดวกมากขึ้น



โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"


3.เสรีภาพคือลมหายใจของผู้คน เสรีภาพจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดของการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม การปิดกั้นเสรีภาพในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะด้วย การเก่าอ้างเหตุผลใดก็ตามเท่ากับเป็นการทำลายชีวิตของผู้คนในสังคม นวัตกรรมทางสังคมที่อาจจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็จะสูญสลาย


โต้เดือด! มหาวิทยาลัยไม่ใช่ "ค่ายกักกันปัญญา"


เสรีภาพในมหาวิทยาลัยจึงเป็นสิ่งที่สังคมจะได้รับผลประโยชน์กลับคืนในอนาคต ความพยายามจะปิดกั้นเสรีภาพของเอนก เหล่าธรรมทัศน์ จึงเป็นเรื่องที่จะทำลายอนาคตของสังคม สิ่งที่ต้องย้ำให้สังคมได้รับรู้ก็คือมหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายกักกันทางปัญญา เราไม่มีวันจะยินยอมให้เกิดการทำลายสติปัญญาของสังคมอย่างแน่นอน

.