โดยจากคลิปเสียงการพูดคุยระหว่างผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นแม่หมอ กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ได้ถูกบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจน ในการพูดคุยกัน โดยแม่หมอดูโทรศัพท์กลับมาจริง อ้างว่าตอนนี้กำลังประกอบพิธีอยู่กลางป่าช้า กำลังจะทำพิธีแก้กรรมให้บรรดาผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก สะเดาะเคราะห์ให้กับผู้ที่มีเคราะห์ ทั้งตนเองและครอบครัว จะต้องมีค่ายกครู จะต้องมีค่าประกอบพิธี และต้องโอนเงินค่าทำพิธีแก้กรรมให้ ไม่เช่นนั้นของไม่ดีจะกลับไปสู่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ มนต์ดำต่าง ๆ ทั้งควายธนู ตะปูเสก ของดำ วิญญาณผีร้ายจะต้องกลับไปสู่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งครอบครัวหากไม่โอนเงินมายกครู แก้กรรม ทำเอาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ อกสั่นขวัญหาย พูดคุยโทรศัพท์เสียงสั่น หวาดผวา พยายามหาเงินกันกลางดึก แต่ไม่มีใครยอมให้ยืมเงินกลางดึก เพราะทุกคนจะถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีที่จะให้ใครยืมเงิน หรือจ่ายเงินออกกลางดึก จึงไม่สามารถที่จะโอนเงินไปให้แม่หมอได้ ทำให้แม่หมอเริ่มมีอารมณ์ และสุดท้าย กลับกลายเป็นการสาปแช่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแทน ก่อนที่จะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะได้นำความมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทุมพรพิสัย ให้ติดตามแก๊งนี้ ที่เชื่อว่ามีการกระทำเป็นกระบวนการ ต้มตุ๋นประชาชน
ซึ่ง พันตำรวจโท วิชา ศรีมารักษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ได้รับเรื่องการแจ้งความร้องทุกข์ของ นางสาว สุพรรณี สีหราช แม่ค้าขายผักที่เดินทางจากอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ไว้พร้อมได้ทำการสืบสวน หาหลักฐานประกอบ แกะรอยตามเบอร์โทรศัพท์ที่โทรกลับมาหาเหยื่อ ปรากฏภาพถ่ายเป็นหญิงสูงอายุพอสมควร ปรากฏชื่อ นางสาว ติ๋ม ศรียากุล อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 5 ตำบลสะแบง อำเภอหนองหาร จังหวัดอุดรธานี และยังปรากฏมีหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 67/2563 ในข้อหาฉ้อโกง แต่เมื่อแกะรอยตามบัญชีเงินฝากที่เหยื่อโอนเงินเข้าธนาคาร ไปให้เพื่อเป็นค่ายกครู ค่าประกอบพิธี กลับปรากฎชื่อเป็นหญิงสาวอีกคน ชื่อของ นางสาว ขวัญจิรา โกรัมย์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ที่ 4 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร แต่เมื่อนำมาเทียบกับภาพถ่ายใบหน้าที่มีแม่ค้าถ่ายเอาไว้ กลับเป็นคนละใบหน้ากัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนหาความจริง ติดตามจับกุมแก๊งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป