น่าน - อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะลงพื้นที่ ต.เชียงคาน อ.เชียงกลาง จ.น่าน ตรวจสอบกลุ่มนายทุน-นักการเมือง-จนท.รัฐ ร่วมกันออกโฉนดที่ดินรุกป่าต้นน้ำ จำนวนกว่า 1,400 ไร่

วันที่ 23 มีนาคม 2564 ที่ห้องประชุมกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 325 อ.เชียงกลาง จ.น่าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวกรณีมีการร้องเรียนการออกโฉนดที่ดินบุกรุกป่าต้นน้ำจำนวน 58 แปลงคดีพิเศษที่ 105/3 พื้นที่ ต.เชียงคาน อ.เชียงกลาง จ.น่าน

"ดีเอสไอ"ตรวจนายทุนออกโฉนดรุกป่าต้นน้ำ1,400ไร่



โดยมีพล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.น่าน พ.ต.อ.มนตรี ถาวร ผกก.สภ.เชียงกลาง นายนิติปกรณ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอเชียงกลาง นายสมนึก เนียมศรี หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน. 5 อำเภอเชียงกลาง ร่วมรับฟังการแถลงข่าว และมีว่าที่ พ.ต.ต.วิศิษฏ์ คำยา ผบ.ร้อย ตชด.325 ให้การต้อนรับ



"ดีเอสไอ"ตรวจนายทุนออกโฉนดรุกป่าต้นน้ำ1,400ไร่


สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีกลุ่มนายทุน นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบุกรุกป่าต้นน้ำ บริเวณพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำน้ำเลียบ บ้านดอนแท่น ต.เชียงคาน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มีพฤติการณ์เข้าไปยึดถือครอบครอง แผ้วถาง จับจองพื้นที่ โดยมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ทำการสืบสวนกรณีดังกล่าว



"ดีเอสไอ"ตรวจนายทุนออกโฉนดรุกป่าต้นน้ำ1,400ไร่


จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าโฉนดที่ดิน จำนวน 8 แปลง คือ โฉนดที่ดินเลขที่ 9373, 9374, 9375, 9376, 9383, 9389, 9388 และ 9356 ต.เชียงคาน อ.เชียงกลาง จ.น่าน เนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ น่าจะเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เป็นที่เขา พื้นดินเป็นก้อนกรวดเป็นแนวสันเขา ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่ามีโฉนดที่ดินแปลงข้างเคียงซึ่งออกในบริเวณเดียวกันอีกจำนวน 50 ฉบับ รวมเนื้อที่ประมาณ 1,150 ไร่ น่าจะออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายด้วย เนื่องจากตรวจไม่พบว่ามีร่องรอยการทำประโยชน์และมีสภาพพื้นที่เช่นเดียวกัน รวมเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 1,400 ไร่


"ดีเอสไอ"ตรวจนายทุนออกโฉนดรุกป่าต้นน้ำ1,400ไร่



อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของผู้ออกโฉนดที่ดินและมีชื่อเป็นผู้ครอบครองโฉนดที่ดินทั้ง 58 แปลงดังกล่าว เป็นการกระทำเพื่อเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐหรือที่ป่า โดยใช้วิธีการออกโฉนดที่ดินเป็นเครื่องมือในการเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน เป็นการกระทำความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบมาตรา 108 ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาที่มีความซับซ้อน รวมทั้งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ อันมีลักษณะเป็นคดีความผิดทางอาญามาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงได้มีคำสั่งให้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) โดยมอบหมายให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบทำการสอบสวน


"ดีเอสไอ"ตรวจนายทุนออกโฉนดรุกป่าต้นน้ำ1,400ไร่




พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหน้าที่ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเรา