เบื้องต้นในการดำเนินคดี ทางคลังจังหวัดนครพนม ได้มีการสอบสวนสรุปข้อมูลหลักฐานเสนอไปยังกระทรวงการคลัง พิจารณาความผิดเพื่อนำหลักฐานเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีในท้องที่เกิดเหตุที่ สภ.ท่าอุเทน โดยข้อหาหลักจะมีการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของร้าน คือ ฐานความผิดฉ้อโกง รวมถึงพิจารณาความผิดทางแพ่งให้ชดใช้ตามวงเงินที่เกิดความเสียหาย ในช่วงที่มีการกระทำผิด ประมาณการว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
ซึ่งคดีนี้เบื้องต้นได้เพิกถอนสิทธิ์ร้านค้านี้ออกจากโครงการ ส่วนคดีอาญาและแพ่ง หากทางร้านยินยอมชดใช้เงินคืนก็สามารถยอมความได้ เพราะทางภาครัฐไม่มีเจตนาจะเอาผิดหากมีการชดเชยเงินคืน แต่ต้องเพิกถอนสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมโครงการ ส่วนชาวบ้านที่ไปใช้สิทธิ์จะมีการพิจารณาตามเหตุผล และพยานหลักฐาน ซึ่งอาจจะได้รับคืนสิทธิ์ภายหลัง หากการสอบสวนแล้วเสร็จ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาดำเนินคดี กับทางร้านที่กระทำผิดด้วย
นางสุธิษา จารุเมธาวิทย์ กล่าวว่า คลังจังหวัดนครพนมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ ให้ใช้สิทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือ และห้ามบุคคลที่เป็นร้านประกอบการฉวยโอการแลกขึ้นเงินสดเพื่อเรียกหัวคิว หากตรวจสอบพบจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งเอาผิดอาญาข้อหาฉ้อโกง รวมถึงเรียกชดเชยเงินคืนทางแพ่ง ฝากย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการทุกราย ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด อย่าฉวยโอกาส เพราะหากถูกดำเนินคดี มีโทษสูงสุดทั้งจำทั้งปรับ