23 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับนายวิชัย พาบุดดา อายุ 65 ปี ข้าราชการเกษียณ ชาวบ้านหนองรัง ม.2 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ที่ผันตัวเองมายึดอาชีพเกษตรกร ปลูกผักหวานขาย สร้างรายได้ดีไม่ต่ำกว่าวันละ 500 บาท โดยนายวิชัยฯ เปิดเผยว่า ได้ยึดอาชีพหลังเกษียณราชการครู ที่ รร.บ้านหนองรัง ต.แชะ อ.ครบุรี ออกมาทำเกษตรผสมผสาน บนเนื้อที่ 18 ไร่ เพราะมองว่าเป็นการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสมถะ อยู่กับธรรมชาติและพืชผักผลไม้ที่ลงมือปลูกและดูแลด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปดิ้นรนแข่งขันกับคนอื่น ถือเป็นการบำบัดจิตทำให้อารมณ์ดี ไม่ฟุ้งซ่าน แถมยังได้ยืดเส้นยืดสาย ทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วย
ซึ่งในสวนจะปลูกทั้งกล้วยหอมทอง มะละกอ มะเขือเทศ มันเทศ และผักหวาน ไว้รับประทานในครัวเรือนและแบ่งขายสร้างรายได้ แต่ที่ขายได้ราคาดีที่สุด คือ ผักหวาน เพราะก่อนหน้านี้เคยปลูกกล้วยหอมขายแต่ก็โดนโกง มารับซื้อถึงสวนแต่ไม่จ่ายเงิน ปลูกมะเขือเทศก็ไม่ได้ราคาเท่าที่ควร ต้องปล่อยทิ้งคาสวน ปลูกผักชนิดอื่นขายก็ได้แค่กิโลกรัมละ 2 บาท พอถึงช่วงหน้าแล้ง เห็นชาวบ้านนิยมทานไข่มดแดงกัน จึงลองปลูกผักหวานไว้ประมาณ 150 หลุม ใน 1 หลุม มี 3-4 ต้น ตอนนี้ผักหวานที่ปลูกไว้แบบไม่ตั้งใจ มีมากถึง 300 ต้นแล้ว ซึ่งสาเหตุที่เลือกปลูกผักหวานมากกว่าพืชผักชนิดอื่น เพราะเห็นว่า ขายได้ราคาดี และราคาไม่เคยตก ใช้วิธีปลูกโดยการเพาะเมล็ด ปลูกไว้กับต้นไม้ใหญ่เพื่อฝากเป็นร่มเงา หากต้องการให้ออกยอด ก็จะตัดแต่งกิ่งหรือเด็ดยอดแต่งกิ่งออก จะทำให้แตกยอดออกมาเรื่อยๆ เคยซื้อต้นกล้ามาปลูกแล้ว ไม่รอด ตายหมด เลยลองเพาะปลูกเองจึงสำเร็จ