ทั้งนี้ตั้งแต่มีข่าวการพบผู้ติดเชื้อในเขตพื้นที่บางแคพบว่าตั้งแต่วันที่11มี.ค. 64เป็นต้นมาทำให้มีตรวจเชื้อประชาชนในเขตพื้นที่ไปแล้วทั้งสิ้น4,991รายเป็นที่มาของการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในคราวเดียวกัน224รายไม่ติดเชื้อ3,086รายและรอผลการตรวจอีก1,681รายซึ่งการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากนี้ต้องถือว่าเป็นผลสำเร็จในการตรวจเชิงรุกซึ่งจะเป็นผลดีในการวางแผนรับมือผู้ติดเชื้อต่อไป
"ผมอยากให้มองตัวอย่างการควบคุมการระบาดของโควิด19ของประเทศสิงคโปร์ช่วงหนึ่งเวลาเราได้ยินรายงานตัวเลขการติดเชื้อจำนวนมากก็จะรู้สึกว่าจะต้องมีการเสียชีวิตจำนวนมากเหมือนที่เกิดในอิตาลีบราซิลหรืออเมริกาแต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นตัวเลขที่พุ่งสูงมาจากการที่เขาพยายามตรวจให้ได้มากที่สุดหาให้เจอเยอะที่สุดและกักกันเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อดังนั้นแม้จำนวนตัวเลขการติดเชื้อจะสูงมากแต่สิงคโปร์กลับมีคนป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตจำนวนน้อยมากซึ่งนี่ก็คือแนวทางตรงกับที่เรากำลังทำ"
นายอริย์ธัชกล่าวว่าในการสู้วิกฤตนี้ทีมแพทย์และสาธารณสุขต้องทำงานกันอย่างหนักมาโดยตลอดรวมถึงต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจึงอยากขอให้กำลังใจอย่าเพิ่งท้อและให้ขอเป็นกำลังใจหน่วยงานที่สนับสนุนอื่นๆด้วยตราบใดที่ประชาชนยังคงไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจำนวนที่มากพอในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เกิดขึ้นสถานการณ์แบบนี้จะยังคงเกิดต่อไปซึ่งจะสร้างผลกระทบทั้งทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจดังนั้นวัคซีนจึงยังคงเป็นความหวังที่อยากฝากให้รัฐบาลทำให้สำเร็จโดยเร็ว
อย่างไรก็ตามระหว่างที่แผนวัคซีนอาจยังมีความสับสนหรือมีอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้นอกจากแนวทาางป้องกันโรคอย่างการล้างมือบ่อยๆหรือสวมหน้ากากอนามัยที่ยังต้องทำต่อแล้วสิ่งที่อยากเสนอให้ทำมากขึ้นคือการเสริมเขี้ยวเล็บให้การตรวจเชิงรุกทำได้ให้เข้มแข็งขึ้นมากขึ้นเร็วขึ้นและรัดกุมขึ้นจากการสังเกตการตรวจเชิงรุกที่เขตบางแคแม้จะทำได้ดีในการคัดกรองพบผู้ติดเชื้อโดยเร็วแต่จากภาพที่เห็นในการจัดคิวการตรวจพบว่ายังเป็นลักษณะของคนนับพันไปออต่อแถวที่จุดตรวจคราวละมากๆนี่จึงอาจกลับกลายเป็นการแพร่เชื้อไปการจัดการในแง่นี้จึงต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นด้วย