วันนี้(12มี.ค.)คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการเข้าถึงสวัสดิการสังคมว่าประชาชนจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต โดยมีน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมสัมมนา
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า การสัมมนาในวันนี้เป็นการให้ความรู้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐมีสวัสดิการดูแลอะไรให้กับประชาชนบ้างตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต โดยส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนไม่ได้ติดขัดอะไรกับการเข้าถึงสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้ในปัจจุบัน แต่ติดขัดเรื่องเทคโนโลยี เพราะระยะหลังโครงการที่ออกมา จะให้ลงทะเบียนออนไลน์ ซึ่ง ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส เข้าไม่ถึงทั้งสมาร์ทโฟนและ อินเตอร์เน็ต แต่ได้มีการแก้ไขแล้ว ด้วยการให้หน่วยงานต่างๆเข้าไปดูแล อำนวยความสะดวก
ส่วนการผลักดันเรื่องรถพยาบาล สำหรับรับผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการทางการเคลื่อนไหวไปรักษาตามที่หมอนัด หรือ กรณีฉุกเฉินนั้น ทางกรรมาธิการสวัสดิการสังคมฯ ได้พยายามผลักดันจนล่าสุดกระทรวงดีอีเอส ได้อนุมัติงบประมาณให้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ไปดำเนินการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเรียกรถพยาบาลแล้วขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เมื่อเสร็จประชาชนที่ใช้บริการจะไม่เสียค่าใช้จ่าย
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องการฝึกอาชีพ เพราะส่วนใหญ่ตกงานในช่วงโควิด-19 หลายคนไม่อยากได้เงิน เพราะเงินได้มาแล้วหมดไป แต่หากได้ช่องทางประกอบอาชีพ สามารถต่อยอดหารายได้เพิ่มเติมได้
ด้าน น.ส.วทันยา กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่ารัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่ต้องทำประชามติสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนก่อนและหลังการแก้ไขว่า ของทุกอย่างเมื่อเริ่มทดลองใช้คงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100 % ต้องมีสิ่งที่เป็นปัญหาและมีตำหนิ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เมื่อใช้ไปได้สักระยะก็มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่วิกฤติการเมืองในปัจจุบัน ดังนั้นอยากเห็นรัฐบาลและรัฐสภา ร่วมกันแก้ไขเพื่อหาทางออกให้ประเทศ เพราะปัจจุบันเรามีวิกฤติเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเราสามารถทุเลาวิกฤติทางการเมืองไปได้สัก 1 เรื่องก็คงเป็นเรื่องที่ดี
"ถ้ารัฐสภาหาทางออกร่วมกันได้ก็จะเป็นจุดสำคัญในการผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเมือง แต่ต้องรอทางนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ต้องไปดูว่าคำวินิจฉัยที่ออกมา อำนาจของรัฐสภากับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 วาระที่ผ่านการลงมติไปแล้ว จะขัดคำสั่งศาลหรือไม่" น.ส.วทันยา ระบุ
น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีงดออกเสียงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ว่า ตนเองและเพื่อน ส.ส.ในกลุ่ม ได้ทำจดหมายแสดงสปิริตในสิ่งที่เราไม่ทำตามมติพรรคแล้ว เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนให้พรรคพลังประชารัฐว่ามีความเป็นเอกภาพ แต่ก็ยืนยันว่า การทำงาน การแสดงจุดยืนในฐานะ ส.ส.พวกเราก็ทำครบถ้วนในการลงมติไปแล้ว คงต้องรอคณะกรรมการตรวจสอบฯ นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเป็นมติออกมาอีกครั้งว่าจะมีการกำหนดบทลงโทษอย่างไร เราพร้อมน้อมรับผลที่จะออกมา เพราะเราทำบนความสุจริตใจ และทำเพื่อปกป้องประโยชน์ประเทศและส่วนรวม