นายยูเฮ กล่าวอีกว่า โครงการ LIPE ที่ดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาบุคลากรสาขาวิศวกรรมโดยนำระบบ IoT ที่เรียบง่ายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพและความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิต เพื่อนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ง่ายต่อการนำหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้ และยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหุุ่นยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ทั้งนี้โครงการ LIPE ตั้งเป้าฝึกอบรมและพัฒนาวิศวกรไทยให้ได้มากกว่า 10,000 คน โดยเริ่มจากการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรม LIPE หลังจากนั้นได้วางแผนในการขยายศูนย์ฝึกอบรมออกไป ซึ่งได้รับร่วมมือจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ภายในประเทศ ช่วงเฟส 1 ของโครงการในปีพ.ศ. 2563 นั้น มีสถาบันการศึกษา 16 สถาบัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ 36 ท่าน เข้าร่วมการอบรมนี้ อาทิเช่น สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากความร่วมมือของสถาบันการศึกษาดังกล่าว ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งสู่แผนพัฒนาทักษะของวิศวกรไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีจำนวนหลายหมื่นคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิตของไทยตามนโยบาย Thailand 4.0
จากวัตถุประสงค์ดังกล่าว AOTS มุ่งเน้นในการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของภาคการผลิตในประเทศไปพร้อมกับการส่งเสริมการขยายช่องทางการดำเนินงานไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยร่วมมือกับคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอาเซียนและญี่ปุ่น (AMEICC) ผ่านโครงการ LIPE นี้