แพทย์หญิงลดาวรรณ หาญไพโรจน์ เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่จัดสรรวัคซีนมาให้จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จำนวน 3,500 โดส และสามารถจัดสรรวัคซีนรอบแรก จำนวน 1,750 ราย กระจายให้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดยโรงพยาบาลนครพิงค์ รับหน้าที่ฉีดวัคซีนให้บุคคล 4 กลุ่ม คือ บุคลากรโรงพยาบาลนครพิงค์ จำนวน 455 ราย บุคลากรสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ 26 ราย บุคลากรกรมควบคุมโรค 22 คน และกลุ่มบุคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วย ประกอบด้วย อสม. ปกครอง เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อาสาสมัคร ทหาร ตำรวจ ภาคบริการ และภาคท่องเที่ยว จำนวน 300 ราย ซึ่งมีรายชื่อจัดสรรมาโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ส่งให้โรงพยาบาลนครพิงค์ทำการฉีด
จากการสำรวจในส่วนของโรงพยาบาลนครพิงค์พบว่า มีผู้ประสงค์และต้องการจะฉีดวัคซีน จำนวน 1,964 ราย จึงแบ่งเป็นกลุ่มตามความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ โดยเน้นการดูแลและสัมผัสผู้ป่วยที่มีระดับเสี่ยงสูง เสี่ยงมาก เสี่ยงปานกลาง โดยล็อตแรกจัดสรรให้กลุ่มเสี่ยงสูงก่อน ทำให้เกิดการเข้าใจคาดเคลื่อนในการประสานงานส่งรายชื่อ และทำให้เข้าใจผิดคิดว่ากลุ่ม 300 คนนี้เป็นวีไอพี ประกอบกับบุคลากรบางส่วนไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อฉีดวัคซีนทางออนไลน์ได้ จากการขัดข้องทางเทคนิค จึงเข้าใจผิดว่าจะไม่ได้รับวัคซีน และถูกแซงคิวโดยกลุ่มวีไอพี
ขณะนี้ได้มีการทำความเข้าใจและมีการยอมรับว่าเข้าใจผิดและคาดเคลื่อนจริง ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ปรับแผนในการฉีดด้วยการลงทะเบียนรายบุคคลแทนระบบออนไลน์ ปัจจุบันโรงพยาบาลนครพิงค์ได้ฉีดวัคซีนให้กับบุคคลกรไปแล้ว จำนวน 322 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 176 ราย และคาดว่าจะครบตามจำนวนภายในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ส่วนบุคลากรที่ยังไมได้รับวัคซีนรอบแรก จะได้รับครบทุกคนในรอบต่อไป ต้องขอโทษ ขออภัยกระทรวงสาธารณสุข และสังคมที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการนำไปฉีดให้วีไอพี และจะนำประเด็นข้อเท็จจริงไปสื่อสารเพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป