เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "พระพรหมดิลก" คุก 8 เดือน ปรับ 8,000 คดีทุจริตงบพศ.

02 มี.ค. 2564 | apirak_pra

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "พระพรหมดิลก" คุก 8 เดือน ปรับ 8,000 คดีทุจริตงบพศ.

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "พระพรหมดิลก" คุก 8 เดือน ปรับ 8,000 รอลงอาญา 1 ปี คดีทุจริตงบโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ชอบ ทนาย เตรียม ยื่นฎีกาต่อ .

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอุทรณ์นัดอ่านคำพิพากษา คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนที่ 3 คดีหมายเลขดำ อท.254/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) , นายบุญเลิศ โสภา อายุ 54 ปี อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง , นายแก้ว ชิดตะขบ อายุ 54 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา , นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อายุ 51 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา , "พระพรหมดิลก" หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี อายุ 75 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา/กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)/เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-5
ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ , ทำ , จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ , เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,157,162 ประกอบมาตรา 83,86
กรณีกล่าวหาทุจริตการจัดสรรงบในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.46 - 15 ส.ค.57 โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ต.ค.61 พร้อมระบุคำขอท้ายฟ้อง ขอให้ศาลสั่งจำเลยทั้งห้า ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักงาน พศ. (ตัวยังหลบหนีคดี) ชดใช้เงิน 5 ล้านบาทคืนให้สำนักงาน พศ. และให้นับโทษอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยาในคดีฟอกเงิน หมายเลขดำ อท.196/2561 ด้วย
คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2563พิเคราะห์พยายหลักฐานโจทย์-จำเลย ที่ได้ทำการไต่สวนแล้วเห็นว่า  จำเลยที่1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วนอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำผิด มาตรา 157 ประอบมาตรา 83จำคุก 1 ปี และปรับ 12,000 บาท โดยจำเลยที่ 1,3,4,5 ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณาคดีอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลย 1,3,4 คนละ 12 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 คงจำคุก 8 เดือนและปรับ 8,000 บาท
โดยในส่วนของอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 นั้น ศาลเห็นว่า เคยประกอบคุณงามความดีในด้านพระพุทธศาสนา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ทะนุบำรุงการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา อีกทั้งไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นจึงให้รอการลงโทษ(รอลงอาญา)ไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้เป็นเวลา 9 เดือน
วันนี้พระพรหมดิลกหรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี จำเลยที่ 5 ได้เดินทางมาศาลเนื่องจากยื่นอุทรณ์ โดยมีคณะสงฆ์และฆาราวาสร่วมเดินทางมาให้กำลังใจในการรับฟังคำพิพากษา โดยศาลอุทรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่าอุทรณ์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี
ด้าน นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของอดีตพระพรหมดิลก เปิดเผยว่า ในการยื่นพระพรหมดิลกอุทรณ์ว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสนับสนุนการกระทำผิด แต่ศาลอุทรณ์เห็นว่า จำเลยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบงบประมาณต่างๆได้ ศาลจึงไม่เชื่อว่า จำเลยที่ 5 ไม่ทราบหรือไม่มีการตรวจสอบให้รอบครอบ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เบื้องต้นทีมทนายปรึกษากันแล้ว จะยื่นเรื่องขอต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป
นายอรรณพ กล่าวด้วยว่า พระพรหมดิลก ยังมีคดีเกี่ยวกับเงินทอนวัดอีก 2 คดี โดยคดีที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ศาลอุทรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อเดือน ก.ย.2563 และศาลได้ออกเอกสารรับรองสิ้นสุดคดีความไปเมื่อเดือน ก.พ. 2564ส่วนอีกคดีเป็นการฟ้องในศาลแพ่ง เบื้องต้นขณะนี้ทนายได้ยื่นคำร้องต่อศาล เนื่องจากคดีอาญาฟอกเงินได้ถึงที่สุดแล้ว แต่ในชั้นอุทรณ์ของศาลแพ่งยังไม่มีคำสั่งใดๆลงมา

ข่าวล่าสุด