ส่วนผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ตนเองหลงเชื่อจากคำชักชวนจาก น.ส.เบสท์ เพราะก่อนหน้านี้เคยซื้อขายสินค้ากันมาตลอดระยะเวลานาน อีกทั้งภูมิลำเนาก็อยู่ในละแวกเดียวกัน เมื่อมีการชักชวนและคิดว่าเป็นการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง จึงโอนเงินให้ไป ช่วงแรกก็ได้รับดอกเบี้ยจากการลงทุนจริง ลงทุนไป 10,000 บาท ระยะเวลา 7 วันได้กำไรถึง 2000 บาท แต่ น.ส.เบสท์ มิได้โอนเงินต้นคืนมาแต่อย่างใดเพียงแค่โอนยอดดอกเบี้ยมาเท่านั้น
จากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากผู้เสียหายหลายรายต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เพราะความเชื่อใจและได้ผลตอบแทนที่สูงมากและน่าเชื่อถือเพราะเป็นคนที่รู้จักกัน ต่อจากนี้จะดำเนินการร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมและรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายส่งไปยังดีเอสไอต่อไป
ขณะที่ น.ส. เบสท์ ผู้ถูกกล่าวหาขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวและติดต่อกลับมาเพื่อรับผิดชอบแต่อย่างใด