นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับความร่วมมือจากนักวิจัยทางการแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ร่วมกันพัฒนาและวิจัยวัคซีนโควิด19 โดยผลการทดลองล่าสุดที่ได้ทดลองในสัตว์ทดลองปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้มีการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในลิงเข็มที่สอง ผลออกมาคือลิงสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง สุขภาพดี จึงทำให้พร้อมเดินหน้าเปิดทดสอบในอาสาสมัครต่อไป
นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนาวัคซีนของไทยกระบวนการต่าง ๆ เกือบที่จะเทียบเท่าของอเมริกา เพื่อที่เราจะสามารถก้าวข้ามการเป็นผู้ซื้อฝ่ายเดียว ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการให้เงินสนับสนุน 3,000 ล้านบาท เพื่อให้ประเทศมีขีดความสามารถในการพัฒนาวัคซีน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าแพลตฟอร์มนี้เคยมีคนทำและประสบความสำเร็จ ซึ่งของไทยเป็นแพลตฟอร์มคล้ายกัน
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ตอนนี้ได้มีความพร้อมที่จะสามารถทำการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นปลายเดือนเมษายนที่โรงพยาบาลจุฬาฯ โดยทางโรงพยาบาลฯ และศูนย์วิจัยวัคซีน ได้เตรียมความพร้อมในด้านของสถานที่ และบุคลากรต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยของอาสาสมัครอย่างสูงสุด เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และมั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน หากประสบความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเป็นอย่างมาก
ขณะที่ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายว่า วัคซีนชนิด mRNA ได้ใช้กับประชาชนในบางประเทศแล้ว เช่น สวิตเซอร์แลนด์และนิวซีแลนด์ วัคซีน ChulaCov19 ผลิตโดยสร้างชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา เมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมขนาดเล็กนี้เข้าไปจะทำการสร้างเป็นโปรตีนให้เป็นปุ่มหนามของไวรัส สร้างภูมิคุ้มกันโรค
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุดของวัคซีนตัวนี้ สรุปได้ 4 ประเด็นคือ วัคซีนChulaCov19 สามารถป้องกันโรคโควิด-19 และลดจำนวนเชื้อได้อย่างมากในหนูทดลอง / วัคซีน สามารถเก็บในอุณหภูมิตู้เย็นปกติ คือ 2-8ํc อย่างน้อย 1 เดือน / วัคซีน ChulaCov19 คาดว่าจะผลิตแล้วเสร็จเพื่อนำมาทดสอบในอาสาสมัคร ประมาณต้นเดือนพฤษภาคมนี้ และกำลังเตรียมพัฒนารุ่น 2 เพื่อทดสอบในหนูทดลองเพื่อรองรับเชื้อดื้อวัคซีนในอนาคต กรณีเชื้อกลายพันธุ์