ขณะที่ทางด้าน นายไกรสร เลายีป่า อายุ 37 ปี ชาว อ.เชียงดาว ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า หญิงสาวคนนี้ได้มีพูดจาชักชวนตน โดยบอกว่าไปทำงานที่เกาหลี มีเงินเดือนและค่าตอบแทน ชั่วโมงละ 8,590 วอน หรือประมาณ 240 บาท คิดเป็นเงินเดือน ตกอยู่ที่เดือนละประมาณ 1,941,340 วอน หรือประมาณ 50,435 บาท อีกทั้งยังมีโอทีต่างหาก คิดเป็นรายได้คร่าวๆ ประมาณเดือนละ 50,000 - 71,800 บาท โดยจะมีการสมัครและอบรม 14 วัน
ดังนั้นตนจึงหลงเชื่อสมัครและจ่ายเงินค่าดำเนินการ รวมถึงลงเรียนในราคา 22,000 บาท แต่ต่อมาหญิงสาวคนนี้ก็ปิดโทรศัพท์มือถือ และไม่สามารถติดต่อได้อีก ตนกับกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 30 คน จึงต้องพากันไปแจ้งความดำเนินคดี โดยหญิงสาวคนนี้บอกกับตนว่าหากได้ไปทำงานที่เกาหลี จะได้ไปทำงานอยู่ในโรงงานกระดาษทิชชู่ เงินเดือนที่ได้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 60,000 บาท แต่ต้องเรียนภาษา 14 วัน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตนหลงเชื่อเพราะว่าหญิงสาวรายนี้มีการนำภาพและข้อความโฆษณาต่างๆ มาให้ตนดู อีกทั้งบอกว่าสามารถติดต่อกับนายหน้าหรือคนรู้จักที่อยู่ที่นั่นได้ และยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาเคยส่งคนไปทำงานมาแล้วหลายคนและเป็นคนในหมู่บ้านตน จึงทำให้ตนเชื่อถือและถูกหญิงสาวคนนี้หลอกเชิดเงินไปในที่สุด
อย่างไรก็ตามภายหลังการเข้าร้องเรียนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 แล้วนั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรับเรื่องร้องเรี