เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดสาเหตุ ยอดติดเชื้อ "โควิด" ในสมุทรสาคร ทำไมลดลง!!

08 ก.พ. 2564 | Ekkapon

เปิดสาเหตุ ยอดติดเชื้อ "โควิด" ในสมุทรสาคร ทำไมลดลง!!

ศบค.ชี้ยอดโควิด-19 จากคัดกรองเชิงรุกลดฮวบ เหตุก่อนหน้าตรวจในโรงงานใหญ่อัตราติดเชื้อสูง ปัจจุบันเปลี่ยนเป้ามุ่งตรวจโรงงานเล็ก-ในชุมชน เผยคลัสเตอร์แม่ค้าหมู เจอเชื่อมโยง 87 คน อย่างน้อย 5 จังหวัด กำชับนายแจ้งขึ้นทะเบียนแรงงาน ก่อนหมดเขต 13ก.พ.นี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ก.พ.2564 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 186 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 176 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและการสอบสวนโรค 141 ราย ได้แก่ กทม. 3 ราย นครปฐม 1 ราย ปทุมธานี 4 ราย เพชรบุรี 1 ราย และสมุทรสาคร 132 ราย  คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 35 ราย ได้แก่ สมุทรสงคราม 4 ราย และสมุทรสาคร 31 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจากสมุทรสาคร 163 ราย คิดเป็น 92.61% กทม. 3 ราย คิดเป็น 1.71% และจังหวัดอื่นๆ 10 ราย คิดเป็น 5.68% และมาจากต่างประเทศ 10 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม  ผู้ป่วยสะสมรวม 23,557 ราย เสียชีวิตสะสม 79 ราย เฉพาะระลอกใหม่มีผู้ติดเชื้อสะสม 19,320 ราย เสียชีวิตสะสม 19 ราย ยังรักษาอยู่ 5,831 ราย

เปิดสาเหตุ ยอดติดเชื้อ "โควิด" ในสมุทรสาคร ทำไมลดลง!!


"สัปดาห์นี้มีผู้ติดเชื้อ 7 จังหวัด โดยวันนี้จังหวัดสมุทรสาคร มีผู้ติดเชื้อ 163 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังถึง 132 ราย คือ มีคนจำนวนมากที่เป็นเสี่ยงสูงสัมผัสผู้ติดเชื้อ เดินเข้าไปรับบริการใน รพ. ส่วนการคัดกรองเชิงรุก 31 คน เริ่มลดน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าเราทำงานคัดกรองลดลง เนื่องจากช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมา ตรวจในโรงงานขนาดใหญ่มีอัตราติดเชื้อสูงเกิน 10% โดยตรวจวันละเป็นหมื่นรายทำให้เจอผู้ติดเชื้อสูง ส่วนตอนนี้เราเปลี่ยนเป้าหมายใหม่มาที่ยังคัดกรองเชิงรุกในชุมชนและโรงงานขนาดเล็กอัตราติดเชื้อน้อยกว่า 10 % ซึ่งมีประมาณ 50 โรงงาน โดยตรวจวันละ 100-150 ตัวอย่างต่อวันต่อโรงงาน คูณ 50 โรงงาน อยู่ที่ประมาณ 5 พันตัวอย่างต่อวัน"พญ.อภิสมัยกล่าว

เจ้าหน้าที่จุฬาฯติดเชื้อ
พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า การติดเชื้อโควิด 19 ใน กทม. 3 ราย เป็นการติดเชื้อในเจ้าหน้าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการสอบสวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ พบว่า มี 9 รายมีแนวโน้มเป็นผู้ติดเชื้อ ขอให้ติดตามรายละเอียดต่อไป อย่างไรก็ตาม จุฬาฯ มีการรายงานสอบสวนวงจรการแพร่เชื้ออย่างเข้มงวด เพื่อกำหนดผู้มีความเสี่ยงภายในระยะ 14 วันก่อนวันที่ 6 ก.พ.ที่มีการพบผู้ติดเชื้อ ส่วนผู้ที่พบว่าติดเชื้อหรือสัมผัสเสี่ยงสูง มีมาตรการให้ลาหยุดดูอาการ 14 วัน มาตรการทำความสะอาดพื้นที่ และมีคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด 19 ของจุฬาฯ ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อการดูแลอย่างถูกต้อง
ส่วนการคัดกรองโรงงานใน กทม.ดำเนินการแล้ว 123 แห่ง ตรวจพนักงาน 13,480 ราย พบติดเชื้อ 54 ราย คิดเป็น 0.4% มีการสอบสวนการใช้ชีวิตในโรงงานเพื่อค้นหาจุดจุดเสี่ยงสัมผัส โดยเก็บตัวอย่างเชื้อในจุดสัมผัสต่างๆ พบว่า เจอในอุปกรณ์การทำงาน เช่น จักรเย็บผ้า แต่จุดสัมผัสอื่นๆ เช่น ลูกบิดประตู สแกนนิ้ว ไม่พบเชื้อมีการทำความสะอาดดี
"กรณีการติดเชื้อของจุฬาฯ หรือพื้นที่โรงงาน เน้นย้ำเสมอว่ามาตรการเฝ้าระวังส่วนบุคคลสำคัญสูงสุด อย่างคอนโด หอพักหลายพื้นที่ก็ทำได้ดี มีการวัดอุณหภูมิ สแกนคิวอาร์โคดก่อนเข้า องค์กรต่างๆ ก็ต้องออกมาตรการดูแลบุคลากรด้วย แม้จะพบผู้ติดเชื้อในสถานที่เหล่านี้ แต่คนเสี่ยงสูง คือ สมาชิกครอบครัวเดียวกันผู้ป่วย การพูดคุยผู้ป่วยเกิน 5 นาที ถูกผู้ป่วยไอจามรด และอยู่สถานที่อับอากาศพูดคุยเกิน 15 นาที ไม่สวมหน้ากกา แต่คนที่พักอาคารเดียวกัน ใช้พื้นที่สาธารณะเดียวกันกับผู้ป่วยไม่เป็นปัจจัยเสี่ยงสูง แต่ต้องระมัดระวังรักษาความสะอาด ใส่หน้ากากล้างมือ เว้นระยะห่าง ไม่ไปสนทนาเกิน 5 นาที" พญ.อภิสมัยกล่าว

เปิดสาเหตุ ยอดติดเชื้อ "โควิด" ในสมุทรสาคร ทำไมลดลง!!

คลัสเตอร์แม่ค้าขายหมู
พญ.อภิสมัย กล่าวด้วยว่า มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในนครปฐม 1 ราย สมุทรสงคราม 4 ราย และเพชรบุรี 1 ราย ตรงนี้เป็นคลัสเตอร์มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน โดยรายแรกเป็นแม่ค้าขายหมู มีบ้านพักที่อัมพวา สมุทรสงคราม จากการสอบสวนพบว่า เดินทางไปหลายจังหวัด คือ เดินทางไปรับหมู อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ไปขายของที่ตลาดรถไฟ จ.สมุทรสาคร และกลับบ้านพักอัมพวา โดยวันที่ 28 ม.ค. ตรวจพบว่าติดเชื้อ จึงมีการตรวจคัดกรองคนในครอบครัว จึงพบลูกสะใภ้ติดเชื้อวันที่ 30 ม.ค.
"พฤติกรรมการค้าขายที่เดินทางไปหลายจังหวัด ทำให้มีความเกี่ยวข้องในจังหวัด ตลาด ครอบครัว และชุมชน โดยตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. - 4 ก.พ. 2564 คลัสเตอร์นี้พบการติดเชื้อที่รายงานแล้ว 87 ราย เช่น สมุทรสาคร 22 ราย เพชรบุรี 5 ราย กทม. ราชบุรี และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ส่วนอีก 3 รายไม่สามารถระบุจังหวัดได้ เพราะพบเห็นการเดินทางไปมาข้ามจังหวัด" พญ.อภิสมัยกล่าว
กำชับนายแจ้งขึ้นทะเบียนแรงงาน
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มีการรายงานจากกระทรวงแรงงาน ว่า วันที่ 13 ก.พ. จะเป็นการหมดเขตขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ดังนั้น วันที่ 14 ก.พ. หากยังไม่รายงานถือว่ามีความผิด โดยตัวเลขล่าสุด รายงานตัวแล้ว 416,769 คน มีนายจ้าง 384,102 คน ไม่มีนายจ้าง 32,667 คน ซึ่งมาตรการดูแลแรงงานต่างด้าว ถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสังคมไทย การอยู่ร่วมกันร่วมมือกัน ขอให้นายจ้างทำให้ถูกต้อง เข้ามาอยู่บ้านเราใช้กฎหมายบ้านเราดูแลความปลอดภัยโควิดมาตรฐานเดียวกัน มาตรการอื่นๆที่ศบค.จะประกาศสำหรับผู้มีแรงงานต่างด้าว สถานประกอบการขนาดใหญ่ ทำงานในบ้าน 1-2 ราย มาตรการจะออกมาเป็นระยะขอให้ติดตาม

ข่าวล่าสุด