ผู้เสียหายรายหนึ่ง บอกว่า เดินทางมาให้กำลังใจนางสาวฝน (นามสมมุติ)ซึ่งเป็นหลานสาว โดยตัวเองก็เป็นผู้เสียหายจากการได้เงิน 200 แลกกับนำเอาบัตรประชาชน ให้นางสาวฝนไปลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง สาเหตุหลักที่ยอมให้บัตรประชาชนเธอยอมรับว่า อยากได้เงิน เพราะไม่สามารถที่จะใช้สิทธิโครงการดังกล่าวได้ และวันนี้ไม่ได้มาแจ้งความเอาผิดหลานสาวตัวเอง เพราะคาดว่าหลานก็น่าจะถูกจ้างมากอีกที แต่ส่วนตัวคิดว่า มีความผิดหมดทุกฝ่าย
ทางด้านของ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสภ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า จากการได้รับข้อมูลเบื้องต้นก็ชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเป็นกระบวนการ เนื่องจากผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความนั้นมีไม่ต่ำกว่า 30 ราย และเชื่อว่าจะมีมากกว่านี้ ส่วนประชาชนที่ไม่กล้าเข้าแจ้งความถ้าถูกหลอกโดยการเอาบัตรประชาชนไปใช้ให้เข้ามาแจ้งความได้ หากตัวผู้ต้องสงสัยมีการเคลียร์กับผู้เสียหายเองก็อาจจะมีส่วนร่วมในการถูกดำเนินคดี แต่ถ้าบริสุทธิใจก็ให้ชาวบ้านมาแจ้งความร้องทุกข์ได้
ในส่วนของข้อกล่าวหานั้นทั้งเรื่องฉ้อโกงและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง โดยคดีลักษณะนี้เคยเกิดมาแล้วที่จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนของผู้ก่อเหตุครั้งนี้คาดว่ามีประมาณ 3-4 คน เป็นผู้ร่วมขบวนการซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ