กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นางสาวชมพู่ (นามสมมุติ) แอบฉกบัตรเครดิตรูดสูญเกือบแสน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง โดยตั้งใจหลบหนีไปกบดานอยู่กับญาติที่ จ.นครราชสีมา จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ร้อยเอ็ด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

3 กุมภาพันธ์ 2564 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.อ.ปิยพล แป้นแก้ว, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ รอง ผกก.6 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง รอง สว. (สอบสวน) กก.6 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. 

กองปราบรวบสาวแสบแอบฉกบัตรเครดิตรูดสูญเกือบแสน


ร่วมกันจับกุม นางสาวชมพู่ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดร้อยเอ็ดที่ 42/2558 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ซึ่งถูกกล่าวหาว่า "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียแก่ผู้อื่นหรือประชาชนซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดฯ"  
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสาธารณะ ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี  

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 นางสาวชมพู่ (ผู้ต้องหา) ซึ่งทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ได้แอบนำเอาบัตรเครดิตของลูกค้า ที่ลืมไว้หลังจากชำระสินค้ากับทางร้าน นำไปรูดซื้อสินค้า จำพวกเครื่องประดับที่เป็นทองคำ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งภายหลังจากที่ผู้ต้องหาก่อเหตุดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ลาออกจากงานแล้วหลบหนีไปกบดานอยู่หลายแห่งทั้งใน จ.นครราชสีมา และ จ.ปทุมธานี ครั้งสุดท้ายจึงได้หลบหนีมาอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว  จ.ปทุมธานี 

กองปราบรวบสาวแสบแอบฉกบัตรเครดิตรูดสูญเกือบแสน


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงได้ประสานไปยัง สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง โดยตั้งใจหลบหนีไปกบดานอยู่กับญาติที่ จ.นครราชสีมา จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ร้อยเอ็ด จนกระทั่งถูกจับกุมได้ที่ จ.ปทุมธานี  นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุฉ้อโกงในพื้นที่ภาคอีสานเมื่อปี 2551 โดยขณะนั้นผู้ต้องหาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลการสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือให้กับบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ และได้ลักลอบนำโทรศัพท์มือถือที่ได้รับตามใบสั่งซื้อของทางบริษัทฯ ไปให้แฟนหนุ่ม เพื่อนำไปขาย