ทั้งนี้นายสิทธิชัย เทียมเมธคนขับรถแสดงตัวเป็นเจ้าของไม้และเป็นเจ้าของรถคันที่บรรทุกไม้ดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบไม้เหียงท่อน จำนวน 9 ท่อน อยู่ในกระบะท้ายของรถ ไม้ทั้งหมดมีลักษณะใหม่-สด ถูกตัดทอนด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่มีร่องรอยว่าได้ผ่านการใช้ประโยชน์เป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือเครื่องใช้มาก่อน ที่หน้าตัดด้านหัวและท้ายของไม้ทั้งหมดไม่มีรูปรอยดวงตราใดๆของทางราชการตีประทับไว้แต่อย่างใด
จากการสอบถามนายสิทธิชัย ให้การว่าไม้ท่อนทั้งหมดตนได้ซื้อมาจากชาวเขาเผ่าม้ง ไม่ทราบชื่อ เป็นราษฎรบ้านป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดิน สปก.4-01 ของนายโง่น สมมุติ และชายชาวม้งเป็นผู้ตัดโค่นไม้ในที่ดิน สปก.แปลงดังกล่าวขายให้ตนในราคา 1,000 บาท เป็นไม้เหียง จำนวน 3 ต้น ตนจึงได้ใช้เลื่อยโซ่ยนต์ของตนทำการตัดทอนเป็นท่อนๆ ได้จำนวน 9 ท่อน โดยมีชายชาวม้ง จำนวน 3 คนได้ช่วยตนขนไม้ทั้งหมดขึ้นรถบรรทุกสำหรับชายชาวม้งทั้ง 3 คนจำหน้าได้แต่ไม่รู้จักชื่อ ทราบเพียงว่าเป็นราษฎรบ้านป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน
หลังจากนั้นนายสิทธิชัย ได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตอของไม้ทั้งหมด โดยเชิญนายโง่น สมมุติ เจ้าของที่ดินไปเป็นผู้นำชี้ขอบเขตแปลงที่ดิน สปก.4-01 แปลงที่ 14 ระวาง สปก.ที่ 2019 สารบัญทะเบียนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.ท่าวังผา จ.น่าน