เนชั่นทีวี

ข่าว

โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ

01 ก.พ. 2564 | supee

โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ

พิษณุโลก - หนุ่มโพสต์โซเชียลวอนช่วยเหลือคุณยายขี่จยย.พ่วงข้าง พาลูกชายป่วยไตวายระยะสุดท้าย-อัมพาตครึ่งซีกไปหาหมอ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ไปกลับเกือบ 100 กิโลเมตร เผยด้วยสายตาไม่ดี ห่วงลูกจะได้รับอันตราย จึงเขียนป้าย "อย่าชนยาย" ติดวิงวอนผู้ใช้รถใช้ถนนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ช่างตั๊ก ช่างไฟ เมืองตะเข้ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมบรรยายว่า "ใครที่เดินทางเส้นบางกระทุ่ม วังน้ำคู้ บ้านใหม่ วัดพริก พิด'โลก ถ้าเจอป้ากับลูกชายก็ระมัดระวังด้วยนะครับ สงสารแก ใครเจอถ้าช่วยอะไรแกได้ก็ช่วยนะครับ ลูกแกพิการต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ผมก็ไม่รู้ว่าแกอยู่ตรงไหนของบางกระทุ่ม รถมันเยอะเลยไม่ได้จอดคุยกับแกเลย พอจะมีหน่วยงานไหนช่วยเหลือแกให้แกไม่ต้องขี่รถพาลูกไปฟอกไตแบบนี้ได้มั้ยครับ #ชีวิตคนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน"


โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ



พร้อมลงรูปภาพเหตุการณ์ที่กำลังขับรถยนต์ ปรากฏภาพด้านหน้ามีรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขี่อยู่บนถนนที่กำลังซ่อมแซมพื้นผิวการจราจร แต่สิ่งที่เห็นแล้วชวนสะเทือนใจเป็นอย่างมากก็คือ ด้านหลังของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างติดป้ายไวนิลที่เขียนข้อความเอาไว้ว่า "โปรดระวัง อย่าชนยาย ยายขับรถไม่เก่ง ยายจำเป็นต้องพาลูกพิการเดินไม่ได้ไปฟอกไต อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ยายมาจากบางกระทุ่ม ยายอายุ 68 ปีแล้ว ยายตาไม่ดี อย่าชนยาย" ซึ่งแสดงถึงความรักและความดูแลเอาใจใส่ของแม่ที่มีให้กับลูก โดยภายหลังที่โพสต์ลงมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและเห็นใจอยากจะติดต่อขอช่วยเหลือคุณยายท่านนี้ พร้อมแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมาก

โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ



ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 9 บ้านบางกระทุ่มใน ต.บางกระทุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าทรุดโทรม พบกับนางเปรี้ยว สุขแสง อายุ 68 ปี กำลังดูแลปรนนิบัติและทำกายภาพบำบัดให้กับนายอาทิตย์ สุขแสง อายุ 37 ปี ลูกชาย ที่ป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก ร่างกายอัมพาตซีกซ้าย และป่วยเป็นไตวายระยะสุดท้าย เป็นภาพที่น่าเวทนาสงสารแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ



ยายเปรี้ยว เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 5 คน ลูกสาว 4 คน และลูกชาย 1 คน ลูกสาวเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน จากโรคเส้นเลือดในสมองแตกและเนื้องอกในสมอง ส่วนสามีของตนที่เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยก็เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเช่นกัน ซึ่งนายอาทิตย์ สุขแสง เป็นลูกชายคนเล็ก ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกและเป็นโรคไตรักษาตัวมาเป็นระยะเวลาถึง 2 ปี



โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ

ทั้งนี้ตนเองต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะลูกชายช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องพาไปฟอกไตที่โรงพยาบาลพุทธชินราชและโรงพยาบาลรวมแพทย์ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ การเดินทางแสนยากลำบากเพราะตนพิการตามองไม่ค่อยเห็น แถมหลังก็ปวดเพราะเคยถูกควายไล่ขวิดได้รับบาดเจ็บ ต้องขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาบุตรชายไปหาหมอด้วยเสมอบางครั้งก็มองไม่เห็นถนนหนทาง ถูกรถยนต์ขับมาเบียดบ้าง ขับมาชนด้านท้ายบ้าง บางครั้งถึงกับประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกข้างทางก็เคยมีมาแล้ว บุตรชายต้องคอยช่วยดูทาง ดูรถ ดูถนนให้ เพราะสายตาของตนจะมองไม่ค่อยเห็นชัดเท่าใดนัก ระยะทางไปกลับจากบ้านไปโรงพยาบาลกว่า 80 กม. ออกบ้านแต่เช้าตรู่ ถึงบ้านก็เย็นเกือบมืดค่ำจึงตัดสินใจไปจ้างให้เขาทำป้ายไวนิลติดเตือนให้ระวังอย่าชนยายเอาไว้ท้ายรถพ่วงข้างเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หรือให้คนที่ขับรถยนต์มองเห็นชัดๆ และระวังจะชนรถของตนเอง



โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ



นอกจากนี้ หมอเคยนัดให้ตนไปผ่าตัดหลังที่ปวดเนื่องจากถูกควายไล่ขวิด แต่ไม่สามารถไปผ่าตัดได้ หากไปผ่าตัดต้องนอนพักฟื้นรักษาตัวเป็นเวลานาน แล้วใครจะดูแลพาบุตรชายที่ป่วยไปฟอกไตระยะสุดท้าย จึงต้องยอมทนเจ็บทนเหนื่อยต่อไปเช่นนี้ รายได้ครอบครัวก็น้อยนิด เพราะหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างเก็บลูกฝรั่งขาย เผาถ่านขายบ้าง เก็บผักบุ้งขายประทังชีวิตไปวันๆ บ้าง



โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ




ด้านนายอาทิตย์ สุขแสง บุตรชาย กล่าวว่า เมื่อก่อนตนทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี แล้วกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้าน จู่ๆ ปวดหัวแล้ววูบไปเลย แม่ต้องพาไปหาหมออย่างเร่งด่วน จนมาพบว่าป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก ร่างกายเป็นอัมพาตครึ่งซีก มิหนำซ้ำยังมาป่วยเป็นโรคไตอีก มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 2 ปีแล้ว หมอได้แจ้งกับตนว่าเป็นไตวายระยะสุดท้ายแล้ว จะต้องเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาล สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ถ้าไม่ฟอกไตร่างกายจะแย่มากๆ ปัสสาวะไม่ออก น้ำท่วมปอดอาจจะเสียชีวิตได้ทันที



ส่วนการเดินทางไปโรงพยาบาลก็เป็นอุปสรรค เพราะแม่ตาพิการข้างหนึ่ง มองเห็นไม่ค่อยชัด ตนจะคอยช่วยดูทางให้ตลอด คอยบอกว่ามีสัญญาณไฟแดงหรือสัญญาณไฟเขียวตรงไหนบ้าง และคอยช่วยเปิดไฟเลี้ยวให้ ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานประกันสังคม อบจ.พิษณุโลก อบต.ท้องถิ่น ก็ช่วยเหลือกันพอสมควร แต่ทุกวันนี้ยังลำบากเรื่องการเดินทาง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางไปโรงพยาบาลบ้าง เพราะเป็นห่วงแม่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ค่อยแข็ง และอายุท่านมากแล้ว เคยเหมารถยนต์ไปครั้งหนึ่งก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก


โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ


ขณะที่นายเจษฎา จันทร์ท่าฬ่อ อายุ 35 ปี พนักงานช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พิจิตร ซึ่งเป็นผู้ที่นำเรื่องราวไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงวันที่ 30 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองพาแม่ไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเนื่องจากประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย ระหว่างทางกลับบ้านพบกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันหนึ่ง แต่ต้องสะดุดสายตาเหลือบไปมองเห็นข้อความบนแผ่นป้ายไวนิลที่ติดเอาไว้ด้านหลังรถพ่วงข้างเขียนว่า "โปรดระวัง อย่าชนยาย ยายขับรถไม่เก่ง ยายจำเป็นต้องพาลูกพิการเดินไม่ได้ไปฟอกไต อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ยายมาจากบางกระทุ่ม ยายอายุ 68 ปีแล้ว ยายตาไม่ดี อย่าชนยาย" ซึ่งตนเห็นแล้วน่าสงสารและน่าเห็นใจชีวิตของยายเป็นอย่างมาก เพราะอายุปูนนี้แล้วยังต้องลำบากพาลูกชายไปหาหมอฟอกไต จึงนำเรื่องราวทั้งหมดไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งหลังจากโพสต์ไปไม่นานก็มีผู้ใจบุญติดต่อยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก



โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ


หลังจากนั้นตนพยายามหาที่อยู่บ้านพักของยายเปรี้ยว กระทั่งทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจึงเดินทางมาหา พบว่าสภาพบ้านค่อนข้างเก่าทรุดโทรมตามกาลเวลา หลอดไฟบางดวงดับใช้งานไม่ได้ ด้วยความที่ตนทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าจึงซ่อมแซมให้ด้วยความยินดี ที่ได้ช่วยเหลือยายและเป็นสะพานบุญในครั้งนี้ นอกจากนี้จะทำการติดตั้งไฟส่องสว่างด้านท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างให้กับยายเปรี้ยว เพื่อให้รถยนต์ที่ขับตามมาด้านหลังมองเห็นเด่นชัด จะได้ป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับยายเปรี้ยวระหว่างเดินทางพาลูกไปหาหมอฟอกไตที่โรงพยาบาลอีกด้วย



โปรดระวัง"อย่าชนยาย"-ติดป้ายพาลูกชายป่วยไปหาหมอ

ข่าวล่าสุด