คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติโยม นุ่งขาว ร่วมพิธีพุทธาภิเษก พระไม้ตะเคียนทอง อายุกว่า 300 ปี บนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ วัดธาตุบึงบอน ชุมชนบรรพบุรุษกว่า 128 ปี ในคืนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ของปี ภาวนาขอให้พ้นภัยโควิด19

29 มกราคม 2564 ที่วัดธาตุบึงบอน บ้านบึงบอน ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษ ที่ได้มาก่อตั้งบ้านเมือง จากการที่พระครูเงาะ หัวหน้าชุมชนในอดีต ได้นำผู้คนอพยพหลบหนีโรคร้าย และสัตว์ป่า ที่คร่าชีวิตของผู้คนให้ล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก ก่อนพากันมาขุดบึงขนาดใหญ่เพื่อล้อมรอบหมู่บ้านเอาไว้ เมื่อ ปี พ.ศ.2405 ในการป้องกันโรคห่า หรือ โรคอหิวาตกโรค ซึ่งเชื่อว่าก็คือ โรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่จะเกิดความอัศจรรย์ มีต้นบอนขึ้นรายล้อมภายในบึงของชุมชน จึงเรียกหมู่บ้านนี้ ว่า บ้านบึงบอน 

จากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านในชุมชนบึงบอน ก็ไม่เคยเจ็บป่วย ได้มีความปลอดภัยจากโรคห่า มาตราบเท่าทุกวันนี้ ในคืนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ได้มีคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ นำโดย เจ้าคุณพระราชกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ นำประกอบพิธีพุทธาภิเษก พระไม้ตะเคียนทอง มิ่งมงคล อายุกว่า 300 ปี ความสูงจากฐานถึงเศียรขององค์พระ สูง 4.69 เมตร ด้วยการนำพระสารีริกธาตุ บรรจุลงบนยอดเศียรขององค์พระ คณะสงฆ์สวดพุทธาภิเษกตลอดทั้งคืน โดยมีญาติโยมร่วมปฏิบัติธรรม นุ่งขาวห่มขาว ร่วมสวดไปพร้อมๆ กันเมื่อคืนนี้

ทำพิธีพุทธาภิเษกพระไม้ตะเคียนทองอายุ300ปี ปัดเป่าโควิด

ประวัติของวัดธาตุบึงบอน เมื่ออดีตกาลได้มีพี่น้องประชาชน ได้พากันอพยพหลบหนีภัยสงครามจากฝั่งลาว เมืองเวียงจันทร์ โดยการนำของ พระครูเงาะ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่เป็นผู้นำชุมชนชน เมื่อปี พ.ศ.2405 ซึ่งเมื่อก่อนถือว่าในแถบนี้เป็นแผ่นดินไทยอันเดียวกัน โดยการอพยพได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่บนดินแดนบ้านสามขา ซึ่งห่างจากหมู่บ้านนี้ ราว 5 กิโลเมตร อยู่อาศัยได้ราว 10 ปี ปรากฏว่าชาวบ้านประสบปัญหา การเกิดโรคระบาดร้ายแรง สมัยนั้น เรียกว่า โรคห่า หรือ อหิวาตกโรค ซึ่งทุกคนก็เชื่อว่า ก็คือ โรคไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ในขณะนี้ การเกิดโรคในสมัยนั้นยังไม่มีการรักษา ประชาชนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

จึงได้พากันอพยพต่อมายังพื้นที่ตรงบริเวณนี้ ที่พบว่า เป็นพื้นที่โนน มีน้ำล้อมรอบ คล้ายใบบัวหลวงขนาดใหญ่ จึงได้พากันตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย และต่อมาเกิดความอัศจรรย์ เกิดมีต้นบอนขึ้นอยู่รายล้อมบึงดังกล่าว พระครูเงาะ จึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านบึงบอน ต่อจากนั้น พระครูเงาะ ก็มรณภาพลง ชาวบ้านจึงได้ก่อสร้างพระธาตุขึ้น เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของพระครูเงาะ ผู้นำชุมชน เอาไว้เพื่อกราบไหว้ สักการะบูชา สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2435 ตราบมาจนทุกวันนี้

ทำพิธีพุทธาภิเษกพระไม้ตะเคียนทองอายุ300ปี ปัดเป่าโควิด

ในการประกอบพิธีพุทธาภิเษก พระไม้ตะเคียนทอง ที่ได้มีผู้นำต้นตะเคียนทองทั้งต้น มาถวายให้กับทางวัด โดยพระครู วิจิตร วีรานุวัฒ เจ้าอาวาสวัดธาตุบึงบอน ได้รับเอาไว้ ก่อนนำไปแกะสลักเป็นองค์พระไม้ตะเคียนทองทั้งต้น สูง 4.69 เมตร และนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งในคืนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จึงได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และเชื่อว่า บนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เคยมีบรรพบุรุษได้พาชาวบ้านผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ จากการล้มตายของโรคห่ามาแล้ว จะส่งผลทำให้พี่น้องประชาชน คนบึงบอน คนศรีสะเกษ รอดพ้น และปลอดภัย ห่างไกลจากการติดเชื้อโรคร้าย โรคห่าในอดีต หรือโรคโควิด-19 ในปัจจุบันนี้ และเป็นมิ่งมงคลต่อประชาชน ที่ได้มากราบไหว้ ต่อไปด้วย

ทำพิธีพุทธาภิเษกพระไม้ตะเคียนทองอายุ300ปี ปัดเป่าโควิด

ทำพิธีพุทธาภิเษกพระไม้ตะเคียนทองอายุ300ปี ปัดเป่าโควิด