การที่เขาพูดถึงวัคซีนพระราชทาน มีนัยยะอย่างไรจึงทำให้เขาโดน 112?
"ต้องยอมรับก่อนว่าก่อนจะมาถึงคำพูดวัคซีนพระราชทาน คุณธนาธรพูดถึงหุ้น วิธีการซื้อขายหุ้น โอนหุ้น ทำไมต้องพูดถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น ซึ่งมันไม่จำเป็น ทีนี้พอพูดถึงผู้ถือหุ้นเสร็จแล้ว มีปัญหาต่อว่าพูดในทำนองให้ประชาชนทั่วไปสงสัยผู้ถือหุ้นทันที"
ต้องการทำให้ประชาชนสงสัยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ที่มีในหลวงถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์?
"ครับ คุณธนาธรเวลาเขาพูด วันนั้นก็ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเอ๊ะ ถ้าเมื่อไหร่เกิดความสงสัย ทำให้ความรู้สึกของคนฟังลดลงทันที ว่าทำไมเป็นแบบนั้น"
นั่นคือดูหมิ่นแล้ว?
"ใช่ครับ คือเรื่องละเอียดอ่อนมาก เวลาคุณธนาธรเขาพูด กว่าจะพูดถึงประเด็นนี้ เหมือนไปพูดบิวต์คน ว่ามีการโอนหุ้นกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่พูดถึงบริบทจัดตั้งของประชาชนเลย ว่าจัดตั้งเพื่อประชาชนทั้งประเทศ เขามองในแง่ธุรกิจว่ามีผู้ถือหุ้น มีกำไร มีขาดทุน ซึ่งบอกแล้วไงว่าบริษัทที่ตั้งขึ้น ถึงขาดทุน แต่เป็นกำไรของประชาชน ถ้าย้อนไปนิดนึงตั้งแต่รัชกาลที่ 5 รถไฟไทยทุกวันนี้ยังขาดทุน แต่ทำไมต้องทำ เพราะกำไรคือประชาชน แบบเดียวกันครับ อันนี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อท่านบอกแล้วว่าขาดทุนเพื่อให้กำไรประชาชน ให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ยาในราคาถูก"
ประโยคที่บอกว่าไปช่วยตรงนี้เพื่อล้างการขาดทุนบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เข้าข่ายอะไร?
"ทั้งหมิ่นประมาทด้วย ในเงื่อนไขบริษัท แต่ทางตรงข้ามต้องแยกก่อนว่า บริษัทมีผู้บริหาร ในทางตรงข้ามคุณธนาธรไม่พูดถึงผู้บริหาร มาย้่ำแค่ผู้ถือหุ้นอย่างเดียว บริษัทจัดตั้งไม่ได้หาผลกำไร ฉะนั้นจะขาดทุนหรือกำไรเป็นเรื่องบริบทของบริษัทเขา แต่ทำไมคุณไม่พูดล่ะว่าเงินลงทุนทั้งหมด ใครเป็นคนลุงทุนเพื่ออะไร คุณพูดเพื่อให้คนปฏิเสธสิ่งที่สถาบันทำ รู้สึกจะนาทีที่ 28.10 ผมถามพอพูดถึงคุณภาพ ทำไมต้องให้ประชาชนสงสัยบริษัทที่มีผู้ถือหุ้น พูดแค่นี้ พูดทำไม เพื่อประโยชน์อะไร"
นอกจากโดน 112 ยังโดนพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย ประโยคไหนนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์?
"มันไม่ใช่แค่เท็จอย่างเดียว คือพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14(3) เมื่อเขากระทำความผิดตามมาตรา 112 แล้ว ดูหมิ่นสถาบันแล้ว แล้วเอาสิ่งที่ดูหมิ่นเข้าระบบคอมพิวเตอร์มันก็ผิดมาตรา 14(3) ของพ.ร.บ.คอมพ์"
อ่านใจคุณธนาธรยังไง ตลอดระยะเวลาทำไลฟ์สตรีมมิ่ง เขาย้ำเหลือเกินกับการที่พระมหากษัตริย์ถือหุ้นในบริษัทนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาย้ำไม่รู้กี่หน?
"เราต้องดูสตอรี่เขา ถ้าย้อนไปได้คงต้องทบทวนว่า แม้แต่เศรษฐกิจพอเพียง เขาก็รู้สึกอย่างนั้น เป็นวาทกรรม แต่ถึงตอนนี้ก็เอาสถาบันมาพูดในรายการเขาอีก มันจำเป็นต้องพูดมั้ย เขามีเจตนาชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อวาน พูดเพื่อให้สงสัยอีก ไม่พูดถึงผู้ถือหุ้นได้มั้ยเรื่องนี้ แล้วจะมาพูดเพื่ออะไร ทั้งที่คุณมาย้ำในสิ่งที่คุณถูกดำเนินคดีแล้ว แล้วย้ำอีกว่าไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องผู้ถือหุ้นก็ได้"
ตกลงที่ไม่พูดบริบทว่าตั้งขึ้นมาเพื่อใคร เจตนาเพื่อใคร เขาไม่พูดเลย เขาไม่รู้เรื่องนี้เลย หรือจงใจที่จะไม่พูดถึงมัน?
"จงใจที่จะไม่พูดถึงมัน เอกสารทั้งหมดที่เอามา ดำเนินการ มีชาร์ตมีชี้นำ ถ้าคนมีความรู้ขนาดเอาเอกสารออกมาได้ รู้ที่มาที่ไป ต้นสายปลายเหตุ สามารถตรวจสอบได้ ทุกวันนี้ก็เปิดตรวจสอบได้ว่าที่มาที่ไปบริษัทนี้เพื่ออะไร เปิดตอนนี้ก็เห็น ถ้าเป็นคนไทย อ่านแล้วรู้สึกยังไง มันพูดเหยียบย่ำ"
การที่สยามไบโอไซเอนซ์ได้เป็นผู้ผลิต รัฐบาลเลือกหรือแอสตร้าเซนเนก้าเลือก?
"บริษัทต่างประเทศเขาเลือก เพราะบริษัทสยามฯ มีคุณภาพ สามารถผลิตยาได้ แล้วคุณมาเกี่ยวข้องไง ทำไมไม่ไปถามบริษัทแม่เขาล่ะ พูดแล้วไม่ฟังไง คิดอย่างเดียวฉันจะตั้งหลักแบบนี้ พอรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ บอกให้ผมช่วยดู ผมบอกว่าแบบนี้ไม่ได้ ไม่เกิน 24 ชม. จัดทีมงานดูอย่างละเอียด ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน ดูข้อกฎหมายเสร็จเรียบร้อยก็เอาเลย เพราะประชาชนที่เขาดูอยู่ เขาก็บอกว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย"
นายกฯ ขยับ รัฐมนตรีดีเอสขยับ 112 กำลังจะเกิดขึ้น ธนาธรบอกว่าเขาแค่เป็นประชาชนที่ต้องการตรวจสอบ ทำไมรัฐบาลต้องใช้กฎหมายกับเขาด้วย เขาไม่กลัวหรอกนะ เขาถามก็ต้องตอบ จะมาฟ้องทำไม?
"สิ่งที่เขาพูด เขาไม่ได้พูดว่าเขาจะมาตรวจสอบ เขาบอกให้ประชาชนทั้งประเทศไปตรวจสอบ เขาปลุกโดยเร้าความรู้สึกของคน ว่าเศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายแย่ วัคซีนก็ไม่ได้อีก ได้ก็คุณภาพไม่ดี จัดสรรได้หรือไม่ ตรงนี้ต่างหากที่พอปูเสร็จแล้ว แล้วไปบอกประชาชนให้ไปตั้งคำถาม คุณมีสิทธิ์อะไรให้ประชาชนตั้งคำถามท่าน คุณมีสิทธิ์อะไร พูดเหมือนตรวจสอบ แต่จริงๆ ปลุกระดม"