พล.ต.อ เพิ่มพูน ฯ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า ในห้วงปี พ.ศ 2562-64 เขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงมีเหตุรถยนต์ถูกโจรกรรมจำนวนหลายคัน ส่วนใหญ่รถเป้าหมายเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายทางเศรษฐกิจ ศปจร.สนง.ตำรวจภูธรภาค 3 จึงบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนทราบเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุได้ใช้รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีบอนซ์ทอง เลขทะเบียน ขล 4166 นครราชสีมา ซึ่งมีนางสาวอุษา คุ้มฮะ ภรรยาของนายคมสัน ฯ เป็นผู้ครอบครอง รถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ สีดำ เลขทะเบียน ขล 8330 นครราชสีมา มีนางสาวเตือนใจ ศิริจันดา ภรรยาของนายชัยรัช ฯ เป็นผู้ครอบครอง และรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีขาว เลขทะเบียน 2กฐ 9592 กรุงเทพฯ มีนายพิชิตชัยฯ เป็นผู้ครอบครอง จึงได้เฝ้าติดตามคนร้ายอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
พล.ต.ต ภาณุรัตน์ ผบช.ภาค 3 กล่าวว่า เมื่อเวลา 01.30 น วันที่ 18 มค.ที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุคนร้ายลักรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สี่ประตู สีขาว เลขทะเบียน 1กค 5973 กรุงเทพฯ ที่หอพักฟูเฮ้าอพาร์ทเม้นท์ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ สภ.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเส้นทางของรถกระบะที่ถูกโจรกรรมแล่นไปบ้านนายชัยรัชฯ พื้นที่ อ.โนนสูง และแกะรอยพบรถถูกนำไปขายให้นายทุนที่ อ.เมือง จ.หนองคาย จึงได้สืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมนายชัยธัชฯ นายพิชิตชัยๆ และนายบุญรอดฯ ในขณะอยู่ในรถกระบะแล่นเข้ามาในพื้นที่ อ.โนนสูง จึงแสดงตัวและชักถาม นายชัยธัชฯ กับพวกให้การรับสารภาพร่วมกันลักรถกระบะ เลขทะเบียน 1กก 5973 กรุงเทพฯ จากพื้นที่ สภ.จอหอ นำไปขายให้กับนายทุนที่ จ.หนองคาย ราคา 130,000 บาท โดยนำเงินมาแบ่งให้นายพิชิตชัยฯ และนายบุญรอดฯ คนละ 20,000 บาท จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดนครราชสีมา อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด