ขณะที่ รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการการคัดกรองและติดตามผลการจัดสรรอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขนักเรียนยากจนพิเศษ กล่าวว่า จากข้อมูลผลการวิจัยติดตามกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. กว่า 3 ปี พบว่าการปรับลดแผนการใช้เงินของ กสศ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จากที่ กสศ.ขอไป จากเดิม 7,916.92 ล้านบาท เป็นกรอบวงเงิน 6,556.8649 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 1,360 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษใน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษเดิม ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 886,852 คน
ขณะเดียวกัน จะมีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นตามค่าครองชีพในแต่ละปี และรายได้ที่ลดลงจากวิกฤตโควิด-19 นอกจากนั้น จะมีผลกระทบต่อกลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษที่ขาดโอกาสศึกษาต่อระดับมัธยมปลายสายสามัญ ปวช.หรืออุดมศึกษา จำนวน 48,523 คน ซึ่งปัจจุบันมีช่องว่างโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาของครัวเรือนยากจนที่สุด และครัวเรือนร่ำรวยที่สุดมากกว่า 20 เท่า
"กสศ. ควรเร่งพิจารณากรอบการวิจัย เพื่อประเมินผลกระทบของเงินอุดหนุนและเสนอแนวทางการทดลองนำร่องการอุดหนุนในปีงบประมาณ 2565 เพื่อนำไปสู่การขยายผล รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณทั้งหมด รวมถึงการแนะนำการดำเนินนโยบายให้แก่หน่วยงานอื่นๆ" รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าว