ผู้สื่อข่าวถามว่า หากขายบ้านไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหน แม่นกน้อย ตอบว่า ที่จะขายคือบ้านตองห้าหลังนี้ แต่เรายังมีที่ดินที่อยู่รอบบ้านตองห้าอีกประมาณ 40 กว่าไร่ แต่ถ้าคนจจะซื้อต้องการซื้อทั้งหมด 50 ไร่ เราก็คงต้องไปหาที่อยู่ใหม่ ไปสร้างอาณาจักรใหม่ของเรา ตอนนี่มีคนติดต่อมาเยอะมาก รวมทั้งมีนายหน้าติดต่อมาด้วย แค่ยังคุยกันเรื่องราคาไม่จบ แต่เราก็รู้ว่ามีแต่คนอยากช่วยเรา ซึ่งต้องขอขอบคุณมาก ๆ รวมทั้งมีผู้ให้แรงใจกับเราเยอะมาก จนวานนี้เราคิดว่าคุณพ่อจะไม่รอด พอได้กำลังใจจากแฟนคลับเข้ามาจากทั่วสารทิศ ทั่วโลก แรงใจเหล่านี้เป็นพลังใจ ทำให้คุณพ่ออาการดีขึ้น รวมทั้งคนในวงการ อาชีพหมอลำ เข้ามาให้กำลังใจ
"เราเป็นประธานชมรมภาคีเครือข่ายหมอลำเรื่องต่อกลอนภาคอีสาน ทุกคนทุกคณะพร้อมจะมาช่วยเหลือ โดยวันที่ 19-20 มกราคม นี้ เวลา 2ทุ่มถึงตีหนึ่ง เราจะจัดแสดงคอนเสิร์ตหมดลำแทบทุกคณะ ที่จะไลฟ์สดคอนเสิร์ตแบบมินิคอนเสิร์ตที่บ้านตองห้า และมี ฝน ธนสุนทร ระเบียบวาทศิลป์ ประถมบันเทิงศิลป์ ศิลปินภูไท สาวน้อยเพชรบ้านแพง สมจิต บ่อทอง ซึ่งเราจะขอให้แฟนเพลงของเราที่ได้รับความสุข และเมตตาร่วมบริจาคโอนเงินช่วย แล้วแต่พลังของแต่ละคน 5 บาท 10 บาท แล้วแต่ใครจะสนับสนุน"
แม่นกน้อย บอกอีกว่า ยืนยันว่า ไม่มีการยุมวงสียงอิสาน ลูก ๆ ทั้ง 300 ชีวิต เราก็จะดูแล ซึ่งเดิมบ้านตองห้า จะอยู่คู่วงเสียงอีสาน แต่ถึงวันนี้เรายอมขายบ้านตองห้า เพื่อให้เสียงอิสานขับเคลื่อนไปได้ ส่วนที่เหลือ เราจะทำศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์เรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว เป็นบ้านพัก เป็นโฮมสเตย์ เป็นตลาด หรือเป็นคอมเพล็กซ์วัฒนธรรมอิสาน ให้ลูกหลานได้ทำมาหากิน ที่มีครบวงจรเหมือนเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง จัดโดมหรือฮอลล์ไว้แสดงคอนเสิร์ต เพื่อไม่ต้องออกไปไหน ยังไงเราก็ไม่ยุบวงเสียงอิสานอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่มีคนมาซื้อบ้านตองห้า เราก็คงจะไปไม่เป็น แต่เราก็จะต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดก่อน
ด้าน นางรัตนาพร วรงค์ อายุ 58 ปี หลานสาวของ แม่นกน้อย ที่มาขายของที่รั้วบ้านแม่นกน้อย เปิดเผยว่า ตนมาอยู่กับแม่นกน้อยตั้งแต่ปี 2537 ตนเป็นหลานของแม่นกน้อยทำหน้าที่ดูแลสวนภายในบ้าน ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน มีความผูกพันมากทำให้ไปไหนไม่ได้ และมารู้ว่าแม่นกน้อยไลฟ์สดขายบ้าน ตนก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็ยังจะอยู่กับแม่นกน้อยเหมือนเดิม ถ้าลำบากก็ลำบากไปด้วย เพราะว่าอยู่ด้วยกันมานานมากแล้ว ส่วนชาวคณะเสียงอิสานก็ให้กำลังใจ และอยู่กับแม่นกน้อยเหมือนเดิมต่างพากันขายของหน้าบ้านแม่นกน้อย ซึ่งตอนนี้ชาวคณะบางส่วนก็พากันกลับบ้าน แต่ถ้าแม่นกน้อยนัดก็จะพากันกลับมา ตนก็อยากจะให้กำลังใจแม่นกน้อยว่าความผูกพันของลูกของหลานก็ยังรักแม่นกน้อยเหมือนเดิม และยิ่งสภาวะแบบนี้ก็ยิ่งรักมากขึ้นกว่าเดิม