ปิดเรียน 615 แห่งหนีโควิด
11 ม.ค. 2564 | sumalee

โคราชผวาโควิดระลอกใหม่ โรงเรียน 615 แห่งจากจำนวนทั้งสิ้น 1,528 แห่ง ปิดเรียน ตรวจเข้มสถานบริการ ในขณะที่ตัวเลขสะสมทั้งจังหวัดอยู่ที่ 9 ราย และรักษาหายแล้ว 7 ราย เหลือ 2 รายอาการดีขึ้นตามลำดับ
ข่าว
11 ม.ค. 2564 | sumalee

โคราชผวาโควิดระลอกใหม่ โรงเรียน 615 แห่งจากจำนวนทั้งสิ้น 1,528 แห่ง ปิดเรียน ตรวจเข้มสถานบริการ ในขณะที่ตัวเลขสะสมทั้งจังหวัดอยู่ที่ 9 ราย และรักษาหายแล้ว 7 ราย เหลือ 2 รายอาการดีขึ้นตามลำดับ
11 มกราคม 2564 ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธ์ สกุลลิขเรศสีมา รอง ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายแพทย์ชาญชัย คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมาและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมครั้งที่ 25/2564 ในระเบียบวาระการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา การติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการและข้อสั่งการของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ
นพ.ชาญชัย รอง สสจ.นครราชสีมา ชี้แจงสถานการณ์ว่า เป็นเวลา 7 วันในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ รวมยอดสะสม 9 ราย รักษาหาย 7 ราย คงเหลือผู้ป่วยรายที่ 8 และ 9 มีอาการดีขึ้นตามลำดับ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ส่วนการสอบสวนเชิงรุกและเฝ้าระวัง โดยการคัดกรองผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวน ผู้สัมผัส ผู้ที่เดินทางมาจาก 28 จังหวัด โซนควบคุมสูงสุด ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวม 165 ราย ล่าสุดรอผลตรวจ 38 ราย
นายศักดิ์สิทธิ์ รอง ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้โรงเรียนในทุกสังกัดรวม 615 แห่ง จากจำนวนทั้งสิ้น 1,528 แห่ง ได้ปิดเรียนชั่วคราวด้วยเหตุพิเศษ นอกจากนี้สัสดีจังหวัดนครราชสีมา ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังทหารเกณฑ์ผลัดใหม่ 1/2564 จำนวน 200 นาย ที่จะมารายงานตัวในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ อ่านข่าว - ศบค. เผยไทยติด"โควิด-19" เพิ่ม 249 ราย
ทั้งนี้การป้องการแพร่ระบาดในสถานบริการและประกอบการคล้ายสถานบริการ โดยชุดปฏิบัติการร่วมได้กระจายกำลังออกตรวจรวม 30 แห่ง พบปัญหาความสุ่มเสี่ยง จึงให้คำแนะนำและให้ปฏิบัติตามตามประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา การสวมหน้ากากอนามัย,การเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะนั่ง,การควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการไม่ให้แออัด,การปิดตามเวลาที่กำหนด รวมทั้งการปรับปรุงและเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดผิวสัมผัสต่าง ๆ รวมทั้งถังขยะและความเสี่ยงอื่นๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยให้ปรับปรุงใหม่ ซึ่งจะมีการประเมินอีกครั้ง หากเพิกเฉยหรือไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป