นายบัณฑิตกล่าวว่า เคสนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกเพราะก่อนหน้านี้ก็มีกรณีของสาวนักท่องเที่ยว ซึ่งมีประวัติเข้าไปในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และมาเที่ยวพักค้างคืนที่ภูทับเบิกหลังจากกลับไปก็พบว่าติดเชื้อโควิด จนทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจจังหวัดค่อนข้างมาก แต่แค่ระยะเวลาราว2 สัปดาห์ก็มีเคสนักท่องเที่ยวจากสมุทรสาครอีกราย จู่ๆมีไทม์ไลน์ระบุว่ามาเที่ยวเพชรบูรณ์และแวะไปที่วัดดังในเขตอ.เขาค้อและไปพักค้างคืนมีกิจกรรมเคาน์ดาวน์สังสรรค์กันทร่รีสอร์ทบนภูทับเบิก หลังกลับไปและเข้าตรวจในโรงพยาบาลเอกชนจนพบติดเชื้อ-19 ซึ่งเหมือนเป็นการฉายหนังรอบ 2 ฉะนั้นจึงต้องมาทบทวนหรือถอดบทเรียนว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนเพื่อไม่ให้เกิดเคสแบบเดียวกันนี้เป็นรายที่ 3 หรือรายที่ 4 ตามมาอีก
นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ประกอบการรีสอร์ทกรณีที่อาจจะกล่าวอ้างว่า ถูกนักท่องเที่ยวโกหกหรือปกปิดข้อมูลไม่ได้มาจากจังหวัดเสี่ยงนั้น เหตุผลแค่นี้คงไม่พอเพียงเพราะสถานการณ์ขณะนี้อยู่ในสภาวะไม่ปกติ และจังหวัดก็มีคำสั่งประกาศชัดเจนฉะนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน โดยเฉพาะบัตรประจำตัวประชาชนลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นในเคสนี้ทางพนักงานเจ้าหน้าที่จึงต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน ส่วนเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหากพบว่า หละหลวมเพิกเฉยก็ต้องถูกพิจารณาโทษเช่นเดียวกัน