4 มกราคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้าสักการะศาลพระภูมิ-เจ้าที่ และศาลพระพรหม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ว่า ต้องขอความร่วมมือด้วยกันทุกฝ่าย โดยต้องหาทางว่าจะทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาตลอดเวลาไม่ใช่เฉพาะโควิด หลายเรื่องที่จะแก้ไขได้ก็กลับแก้ไขปัญหาไม่ได้ หากพูดก็พูดได้ แต่หากจะทำต้องดูว่าคนไทยมีจำนวนเท่าไร ซึ่งก็ยากอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ยากหากทุกคนร่วมมือกัน
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ในช่วงที่ผ่านมาทุกคนคงมีความสุขตามสมควร ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หลายคนได้เดินทางท่องเที่ยว ขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด ไม่ว่าจะออกมาตรการอะไรออกมาแล้วไม่ทำตามสิ่งเหล่านั้นก็ปัญหาทั้งหมด สถาการณ์โควิดก็จะเกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้จัดหาแนวทางการจัดซื้อวัคซีนต่างๆ โดยคาดการณ์ว่าในอีก 1 -2 เดือนจะได้วัคซีนในส่วนแรก แต่เป็นของต่างประเทศ แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องนำเข้ามา เนื่องจากเป็นห่วงบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 2 ล้านโดส โดยที่เหลือต้องรออีกแหล่งที่มีการสั่งจองไปก่อนหน้านี้ 26 ล้านโดส ซึ่งทั้งหมดต้องหารือร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข ตลอดช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดทำงาน ซึ่งต้องให้กำลังใจ ศบค. หน่วยงานมั่นคง และพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากทำงานกันอย่างเต็มที่ จึงต้องขอความร่วมมือจากคนหมู่มาก เพราะอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอจะมาเฝ้าตรวจทุกคน ทุกคนต้องรักครอบครัวตัวเอง รักคนอื่น รักสังคม ทำอะไรที่มีความเสี่ยงก็อย่าไปทำ หลายอย่างเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องแก้ปัญหา และจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังอวยพรปีใหม่ด้วยว่า ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา หลายเรื่องมีการดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ได้พูดเป็นเพียงการดำเนินการออกมา หากพูดก่อนก็จะเกิดกระแสต่อต้าน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่าต้องลดลง ซึ่งรัฐบาลกำลังหามาตรการที่เหมาะสม วันนี้ตนเป็นห่วงทั้ง 28 จังหวัดที่มีการแพร่เชื้อจำนวนมาก หากคุมได้ทุกคนอยู่ในจังหวัดไม่ไปไหนก็จะแก้ไขได้เป็นจังหวัด
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการล็อกดาวน์ทั้งประเทศว่า หากยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นค่อยว่ากันอีกที