เมื่อ 03 ม.ค. 2564 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ย้ำถึงเรื่องของ นปช.จะเอาอย่างไรต่อไปนั้น โดยต้องการให้เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยน เพื่อความเข้าใจกัน
นายจตุพร กล่าวว่า ขบวนการ นปช.มีนโยบายหลัก 6 ข้อ และขีดเส้นใต้ว่าโค่นอำมาตย์ หากเปรียบเสมือนการวิ่งก็วิ่งไปได้ 300 เมตร ส่งไม้กันตามลำดับ ตามกระบวนการที่ต่อสู้กันมา ซึ่งตนก็ได้สอบถามทั้งในซีกฝั่งของนางธิดา ถาวรเศรษฐ หรือแกนนำคนอื่นๆ จะโดยทางตรงหรือพฤติกรรมพฤติการณ์ ไม่มีใครเลยธงของ นปช.แม้เพียงแต่คนเดียว
ขณะเดียวกันข้อต่อสู้ข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรไปไกลกว่า 300 เมตร ดังนั้น เมื่อเราวิ่งมาถึง 300 เมตรก็ควรส่งไม้ต่อให้กับคนรุ่นใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะบอกให้เลิกคนเสื้อแดง และ กระบวนการของคนเสื้อแดงก็จะส่งมอบมรดกการต่อสู้ให้คนหนุ่มสาวได้เดินต่อไปเพราะจะมีพลัง
"เมื่อเขาเดินได้ไกลกว่าเรา ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ดังนั้น กำลังที่เรามีก็มอบให้กับเขา ผมอยากถามว่าคิดแบบนี้เป็นการทรยศคนเสื้อแดงตรงไหน นี่เป็นการซื่อสัตย์ต่อคนเสื้อแดงที่ต้องการให้ผลพวงการต่อสู้ประสบผลสำเร็จ"
อีกทั้ง กล่าวว่า ปีใหม่ปีนี้เป็นปีที่ตรงกับช่วงมหกรรม โควิด 19 ซึ่งจริงๆแล้วการรับมือหรือการสร้างข้อห้ามมากมายของรัฐบาลและเกินความจําเป็นและจะสร้างความเสียหายค่อนข้างมากหากย้อนดูโควิด 19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปีนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 64 ราย แต่ 7 วันอันตรายนับตัวเลขถึงเมื่อวานนี้ มีผู้เสียชีวิตกว่า 260 ราย มากกว่าโควิด 19 ทั้งระลอกที่ 1 และระลอกที่ 2 แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจนั้นมากกว่าทุกกรณีที่เกิดขึ้น
ดังนั้น ตนเชื่อว่า ข้อห้ามต่างเป็นเหมือนกับงูรัดและสุดท้ายแล้วจะวิวัฒนาการไปสู่คำว่า lock Down กันอีกครั้ง ซึ่งจะเจ๊งกันแบบถ้วนหน้า แต่หากรัฐประคับประคองความรู้สึกทำความเข้าใจให้อยู่กับเชื้อโควิด 19 เหมือนสมัยโรคซาร์ส หรือแม้กระทั่งโรคเอดส์ที่ช่วงเเรกก็เกิดความวิตก แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะคนก็อยู่กับโรคเหล่านี้ได้