เนชั่นทีวี

ข่าว

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด

30 ธ.ค. 2563 | nisanath_kun

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด

เชียงใหม่ ทอท.เชียงใหม่ เข้มมาตรการคัดกรองโควิด-19 ย้ำผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกข้อมูล CM ชนะ เพื่อง่ายต่อการติดตามตัวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เผยตัวเลขผู้โดยสารลดลงเฉลี่ยเหลือ15,000 คนต่อวัน ขณะที่ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ออกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ควบคุมคนเข้าในพื้นที่เข้มงวดทุกช่องทาง

นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีเที่ยวบินจำนวน 4 เที่ยวบินผู้โดยสารประมาณ 320 400 คน ต่อวันหลังจากที่รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการได้เริ่มมีเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมามีผู้โดยสารประมาณ 25,000 คนต่อวันจากเที่ยวบิน 135-140 เที่ยวบิน ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด


หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563มีการนำเข้าเชื้อไวรัสโควิด-19 มาจากโรงแรมและสถานบันเทิงของเมียนมา ผู้โดยสารมีการปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากปกติมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ25,000 คน ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ย 15,000 คนต่อวัน

ส่วนมาตรการในการดำเนินการตามมาตรการของรัฐมีการประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชน ขอความร่วมมือจากสายการบินก่อนการเดินทางให้โหลดแอพพลิเคชั่น CMชนะ หากไม่สะดวกในการโหลดให้กรอกแบบฟอร์ม CMชนะ ทุกคน

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด


ขณะเดียวกันได้ร่วมกับหน่วยงานอาสารักษาดินแดน เข้ามาคัดกรองร่วมกับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานเชียงใหม่โดยทำการคัดกรองผู้โดยสารทุกคน และต้องให้ผู้โดยสารโหลดแอพพลิเคชั่นหรือกรอกข้อมูลทุกคน หากไม่ดำเนินการจะไม่ให้ออกจากอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นมาตรการที่ภาครัฐกำหนดและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อหากเกิดเหตุแกเฉินสามารถติดตามตัวได้อย่างรวดเร็ว

นายเจริญฤทธิ์   สงวนสัตย์   ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ที่ 35/2563 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2563 เรื่อง การดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโรคโควิด 19ของบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

 

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด


ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ในคราวประชุมครั้งที่ 77/2563 เมื่อวันที่ 25ธันวาคม2563 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ให้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโรคโควิด 19 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และความจำเป็นของประชาชน

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเซียงใหม่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกคำสั่งที่ 33/2563เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563กำหนดมาตรการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด19 ของบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นั้น

 

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด



ในการนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ในคราวประชุมครั้งที่78/2563 เมื่อวันที่ 28ธันวาคม 2563 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม ในการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดจากชื้อไวรัสโคโรน2019 หรือโรคโควิด 19 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทยและเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเซียงใหม่ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา22 มาตรา 34 มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงกำหนดมาตรการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรดติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโรคโควิด 19 ของบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดังนี้

 

ข้อ 1ให้ผู้ที่เดินทางข้ามายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทุกช่องทาง ต้องกรอกข้อมูลลงในแอปพลิเคชั่น"CM-CHANA" เพื่อติดตามตัว

ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด


ข้อ 2 ให้ผู้ที่สัมผัสกับผู้ทีสสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโรคโควิด 19 หรือมีประวัติเดินทามาจากพื้นที่ที่มีการระบาด หรือพื้นที่เสี่ยงตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่กำหนด (สามารถติดตามข้อมูลได้https://www.chiangmaihealth.go.th/cmpho_web/coronavirus_ situation.php) เมื่อเดินทางเข้มายังพื้นที่จังหวัดเซียงใหม่ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ และเข้ารับการตรวจเพื่อหาสารพันธุกรมของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโรคโควิด 19 ตามความเห็นของแพทย์ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเซียงใหม่มอบหมายโดยต้องกักกันตนเอง (Home Quarantine) เป็นระยะเวลา 14 วัน

ข้อ 3 ให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นๆในจังหวัดที่มีการระบาด นอกเหนือจากที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเซียงใหม่กำหนดเมื่อเดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำในการตรวจเพื่อหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโรคโควิด19 ตามความสมัครใจของผู้เดินทาง และต้องสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด(Self monitoring)หากมีอาการผิดปกติให้แจ้งเจ้าพนักงานโรคติดต่อในพื้นที่ทันทีเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

การรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่สำหรับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ให้ติดต่อเทศบาลนครเขียงใหม่ กรณีอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่กรณีอยู่นอกเขตเทศบาลนครเชียงใหม่สำหรับอำเภออื่นๆ ให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขอำเภอนั้นๆ หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่

ข้อ 4ให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดตามข้อ 2และ ข้อ 3เมื่อเดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเดินทางได้ปกติโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด


ทอท.เชียงใหม่เข้มคัดกรองโควิด

ข้อ 5 ให้ผู้ประกอบการโรงแรมหรือสถานที่พักอื่นใด ที่เปิดให้บริการแก่ผู้เดินทางเข้ามาใน

จังหวัดเชียงใหม่เป็นการชั่วคราวจะต้องเก็บข้อมูลของผู้เดินทาง ได้แก่ ชื่อ-ชื่อสกุล , เลขประจำตัวประชาชน,หมายเลขโทรศัพท์ มาจากจังหวัดใด และต้องให้ผู้เดินทางลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน"CM CHANA" เพื่อติดตามตัว

อนึ่ง การดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาทางปกครอง ตามมาตรา 16ของพระราชกำหนด

ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตร 52 แห่พระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ. 2558 หรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ข่าวล่าสุด