เนชั่นทีวี

ข่าว

หมอยกโมเดลสิงคโปร์สู่การแก้ไขโควิดสมุทรสาคร

25 ธ.ค. 2563 | thanita_boo

หมอยกโมเดลสิงคโปร์สู่การแก้ไขโควิดสมุทรสาคร

"หมอมนูญ"หนุนรัฐไม่ล็อกดาวน์ ชูโมเดลสิงคโปร์แก้ไขโควิดสมุทรสาคร ย้ำทุกอย่างขึ้นอยู่กับคน ชี้ต่อให้มีกม.แรงหากไม่ทำก็เท่านั้น มั่นใจมาตรการรัฐเอาอยู่ วอนอย่ารังเกียจชาวเมียนมา เหตุมาช่วยทำงานแทนคนไทย ยันอาหารทะเลไม่ใช่ตัวแพร่เชื้อ ยังกินได้ทั้งดิบ-สุก

25 ธันวาคม 2563 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินหายใจ รพ.วิชัยยุทธ กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ต่อกรณีภาครัฐแบ่ง 4 โซนเพื่อป้องกันโควิด-19 นั้น มองว่า เป็นการกำหนดคล้ายกับครั้งที่ผ่านมา เพียงแต่ไม่ล็อกดาวน์ ซึ่งเห็นด้วย เพราะครั้งที่แล้วมากเกินไปจนทำเศรษฐกิจพังยับเยิน และการแบ่งโซนเพื่อเพิ่มความระมัดระวัง มากกว่าที่จะสร้างความรังเกียจ หรือทำให้เกิดความแตกแยก

ทั้งนี้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือจากการตรวจสอบเชิงรุกในจ.สมุทรสาคร พบแรงงานต่างด้าวติดเชื้อกว่าพันคน จากหมื่นคน ดังนั้น ต้องตรวจต่อไปจนครบทุกคน เพื่อให้รู้ว่ามีผู้ป่วยกี่คน และทำการแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนไม่ติดเชื้อ เช่นเดียวกับกรณีสนามมวย ครั้งที่ผ่านมา และอยากให้ดูตัวอย่างสิงคโปร์

นพ.มนูญ อธิบายต่อว่า โดยสิงคโปร์ มีการติดเชื้อจากอินเดีย ซึ่งเป็นแรงงานกว่า 3 แสนคน ว่าควบคุมอย่างไรภายในระยะเวลา 4 เดือน แต่ยอมรับสถานกาณ์ในจ.สมุทรสาคร ต้องใช้เวลา และเงิน แม้ครั้งนี้จะไม่มีล็อกดาวน์ ก็ควรนำเงินมาช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว ในการตรวจให้มากที่สุด เพื่อแยกคน และต้องพยายามจำกัดเสรีภาพเพื่อไม่ให้ออกมาข้างนอก 

ส่วนที่ภาครัฐดำเนินการนั้น ถือว่าเดินมาถูกทาง แต่ต้องเอาทรัพยากรส่วนมาก ไปช่วยแรงงานต่างด้าว หากไม่ทำก็ไม่มีทางคุมได้ ซึ่งต้องช่วยเยอะ เมื่อแรงงานไม่มีงานทำ ก็ต้องให้เงินเดือน ป่วยก็ให้อาหาร ยา ดูแลเหมือนกับคนไทย เพื่อช่วยไม่ให้แพร่เชื้อต่อคนไทย


ส่วนการจะซีลไม่ให้เดินทางข้ามรัฐเหมือนออสเตรเลีย ส่วนตัวมองว่าไทยไม่ต้องถึงขั้นนั้น ยังคงเดินทางหรือทำกิจกรรมได้ แต่ต้องเคร่งครัดในการใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หรือ แค่รู้ว่าตัวเองป่วย ก็พยายามแยกตัวออกจากคนอื่น ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเอง มากกว่าใช้กฎหมายบังคับ ต่อให้กฎหมายเข้มอย่างไร ถ้าคนไม่ปฏิบัติตาม ก็ไม่ทำ 

สำหรับศักยภาพภาครัฐในการดูแลเรื่องนี้ ถือว่าเพียงพอ ขณะที่คนไทยก็กลัวกว่าที่ควรจะเป็น จนไม่กล้าออกจากบ้านหรือไปไหนมาไหน ส่วนประชาชนหากอยู่ในพื้นที่สีใด ถ้าจะเดินทางออกนอกพื้นที่ หากไม่ป่วยและไปเยี่ยมคนอื่น ก็ต้องระวังตัวเองมากขึ้น หากมีอาการก็ต้องไไป คือ ระมัดระวังตัวเองอย่างเต็มที่ โดยขอให้คิดว่าตัวเองมีเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อคนอื่น

นอกจากนี้ ขออย่ารังเกียจชาวเมียนมา เพราะนี่เป็นโรคของคน แม้จะเป็นคนต่างชาติ แต่ก็มาช่วยทำงานในงานที่คนไทยไม่ทำ ดังนั้น ต้องช่วยกัน พร้อมยืนยันอาหารทะเลไม่ใช่ตัวแพร่เชื้อ ซึ่งเชื้อนี้เหมือนไข้หวัดใหญ่ ติดผ่านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งของดิบยังกินได้ 


โดยเชื้อส่วนใหญ่ติดผ่านภาชนะ ไม่ใช่อาหาร แม้กระทั่งอาหารแช่แข็ง เจอเชื้อก็เป็นซาก ไม่ใช่เชื้อเป็น ดังนั้น ไม่สามารถติดทางการกิน ดังนั้น อยากฝากประชาชนอย่าตระหนก มีกิจกรรมปีใหม่ ก็พยายามใส่หน้ากาก ล้างมือ หรืออยู่ห่าง 1 เมตร เพื่อความปลอดภัย

ข่าวล่าสุด