เนชั่นทีวี

ข่าว

"โควิด-19 ทั่วโลก" ป่วยทะลุ 78 ล้าน "หมอธีระ" ชี้มีเวลา 4 สัปดาห์ ต้องคุมให้อยู่!

23 ธ.ค. 2563 | apirak_pra

"โควิด-19 ทั่วโลก" ป่วยทะลุ 78 ล้าน "หมอธีระ" ชี้มีเวลา 4 สัปดาห์ ต้องคุมให้อยู่!

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โควิด-19" ทั่วโลก ล่าสุดมีผู้ป่วยสะสมทะลุ 78 ล้านรายเรียบร้อยแล้ว "หมอธีระ" ชี้ไทยมีเวลา 4 สัปดาห์ที่จะต้องคุมให้อยู่ หากทำไม่ได้อาจต้องเจอการระบาดหนักกว่าระลอกแรกถึง 5 เท่า

23 ธันวาคม 2563 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ล่าสุดเรื่องการแพร่ระบาดของ "โควิด-19" โดยระบุข้อความดังนี้...
สถานการณ์ทั่วโลก 23 ธันวาคม 2563...
ทะลุ 78 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 669,068 คน รวมแล้วตอนนี้ 78,245,210 คน ตายเพิ่มอีก 14,450 คน ยอดตายรวม 1,720,867 คน

  • อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 237,018 คน รวม 18,622,144 คน ตายเพิ่มอีกถึง 3,775 คน ยอดตายรวม 329,776 คน
  • อินเดีย ติดเพิ่ม 23,881 คน รวม 10,099,303 คน
  • บราซิล ติดเพิ่มถึง 55,202 คน รวม 7,318,821 คน
  • รัสเซีย ติดเพิ่ม 28,776 คน รวม 2,906,503 คน
  • ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 11,795 คน รวม 2,490,946 คน
  • อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และอาร์เจนตินา ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน
  • เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
  • แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังไม่ดีขึ้น ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
  • เมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดเพิ่มเฉียดพัน ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
  • ...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 964 คน ตายเพิ่มอีก 19 คน ตอนนี้ยอดรวม 117,946 คน ตายไป 2,484 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%

    "โควิด-19 ทั่วโลก" ป่วยทะลุ 78 ล้าน "หมอธีระ" ชี้มีเวลา 4 สัปดาห์ ต้องคุมให้อยู่!

    "โควิด-19 ทั่วโลก" ป่วยทะลุ 78 ล้าน "หมอธีระ" ชี้มีเวลา 4 สัปดาห์ ต้องคุมให้อยู่!

    ช่วงนี้มีหลายคนถามถึงเรื่องสหราชอาณาจักรที่กำลังเผชิญการระบาดหนักจนควบคุมไม่ได้ ส่วนหนึ่งเค้าเชื่อว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ของไวรัส
    ข้อมูลปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าไวรัสที่กลายพันธุ์นี้ จัดอยู่ในสายพันธุ์ B1.1.7 โดยมีอีกชื่อที่เรียกว่า VUI-202012/01 ซึ่งจริงๆ แล้ว VUI ย่อมาจาก "Variant under investigation" แปลง่ายๆ คือ เป็นไวรัสกลายพันธุ์ที่น่ากังวลและอยู่ระหว่างการศึกษาตัวแรกของเดือนธันวาคม 2020 นั่นเอง
    ลักษณะของการกลายพันธุ์นี้ มีหลายแบบ โดยเค้าพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของกรดอมิโน โดยฮิสติดีนตำแหน่งที่ 69 และวาลีนตำแหน่งที่ 70 นั้นหายไป เรียกว่า H69/V70 โดยมักเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของกรดอมิโนตำแหน่งอื่นที่ส่งผลต่อส่วนหนามของไวรัสที่ใช้จับกับเซลล์มนุษย์ ได้แก่ การมีไทโรซีนมาแทนแอสพาราจีนที่ตำแหน่ง 501 (N501Y), การมีไลซีนมาแทนแอสพาราจีนที่ตำแหน่ง 439 (N439K), และการมีฟีนิลอลานีนมาแทนไทโรซีนที่ตำแหน่ง 453 (Y453F)
    หลายคนอ่านแล้วงง ก็ไม่ต้องไปสนใจรายละเอียดเชิงเทคนิค แต่เอาเป็นว่า การกลายพันธุ์ในลักษณะต่างๆ ข้างต้น มีการวิจัยในห้องทดลองแล้วพบว่าบางแบบนั้นทำให้ไวรัสแพร่ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม มีตั้งแต่เร็วขึ้น 70% ไปจน 2 เท่าของของเดิม อย่างไรก็ตามยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพื่อยืนยันต่อไปว่าในความเป็นจริงแล้วจะแพร่ไวขึ้นเท่าใด ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะบอกว่าไวรัสกลายพันธุ์ดังกล่าวจะทำให้อัตราตายมากขึ้นไหม และจะดื้อต่อวัคซีนที่เรากำลังใช้อยู่หรือไม่
    ตอนนี้หลายประเทศจึงเริ่มแบน ไม่ให้คนเดินทางจากสหราชอาณาจักรเข้าสู่ประเทศ เพราะกลัวเรื่องการนำเชื้อกลายพันธุ์จะเข้ามาระบาดคงต้องให้กำลังใจทางสหราชอาณาจักรให้มีสถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ไวรัสโรค COVID-19 นี้ ไม่ว่าจะกลายพันธุ์หรือไม่ก็ตาม หลักในการป้องกันคือ การใส่หน้ากาก การอยู่ห่างจากคนอื่น พบคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัด และการรักษาสุขอนามัยส่วนตัว เช่น การล้างมือ ไม่แชร์ของกินของใช้ หากทำได้เคร่งครัด โอกาสติดเชื้อแพร่เชื้อก็น้อยลงมาก ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างพร้อมเพรียง
    ส่วนของไทยเรานั้น ย้ำอีกครั้งว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤติ
    เรามีเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ที่ต้องคุมการระบาดให้ได้ มิฉะนั้นมีโอกาสระบาดทวีคูณยากแก่การจัดการ และจะทำให้จำนวนการติดเชื้อต่อวันสูงสุดไปถึง 5 เท่าของระลอกแรก และใช้เวลาสู้ยืดเยื้อยาวไปถึง 2 เท่า หรือ 3 เดือน
    จะคุมได้ จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มข้นมากกว่านี้ครับ
    ย้ำอีกครั้ง...ตอนนี้วิกฤติ ขอให้เราทุกคนรักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ
    ใส่หน้ากากเสมอนะครับ!!!
    เอาใจช่วย
    ด้วยรักต่อทุกคน

    ข่าวล่าสุด