การชิงตำแหน่งนายกอบจ.ร้อยเอ็ดในศึกเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.นี้ แม้จะมีผู้สมัคร 6 คน แต่ที่ต่อสู้กันหนักและเป็นตัวเกร็งว่าจะชิงตำแหน่ง มีเพียง 3 คนเท่านั้น นั่นคือ หมายเลข 1 นายเอกภาพ พลซื่อ ที่ลาออกจาก พรรคพลังประชารัฐมาเป็นผู้สมัครอิสระ ใช้นโยบายหาเสียงว่า "นายกอบจ.จะต้องเป็นอิสระไม่ถูกครอบงำโดยพรรคการเมืองใหญ่จากส่วนกลาง ในการบริหารท้องถิ่น" หมายเลข 2 นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ อดีต ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ทายาททางการเมืองของอดีตส.ส นายสานิต ว่องสัธนพงษ์ และภรรยาของนายสานิตย์ เป็นประธานกลุ่มผู้นำสตรีพัฒนาชุมชน จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ลงสมัคร แข่งขันชิงตำแหน่ง ในนามกลุ่มก้าวหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงมาแข่งขันโดยหวังอาศัยกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มก้าวหน้า เข้ามาต่อสู้ ชิงตำแหน่ง กับกลุ่มประชาชนในสายหัวก้าวหน้า โดยมีผู้สมัครในสายของกลุ่มคนเสื้อแดง เข้าร่วมลงสมัคร ด้วยในหลายเขตเลือกตั้ง ส่วนหมายเลข 3 นายมังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัคร เพิ่งลงจากตำแหน่งนายกอบจ. หลังจากการทำหน้าที่ 12 ปี ที่หวังรักษาตำแหน่งเดิม ท่ามกลางข่าวหลายกระแสว่าลาออกจากเพื่อไทย เข้าสังกัดพลังประชารัฐ เพื่อปลดล๊อกอะไรบางอย่าง จนล่าสุดได้เปลี่ยนโปสเตอร์และป้ายว่า "สมัครในนามกลุ่มเพื่อไทย และให้สุดารัตต์ลงมาช่วยยืนยัน จนโดนร้องเรียนและล่าสุดต้องยกทีมบุคลเจ้าของ สโลแกน "เข้าสภา ต้องเจอเฉลิม และนอกสภาต้องเจอฉลาม" ลงพื้นที่ มาช่วยหาเสียง ในร้อยเอ็ด เพื่อการันตี ว่า มังกรยังอยู่พรรคเพื่อไทย เพื่อดึงเรตติ้ง และป้องกันคะแนนตก
สำหรับภูมิหลังของแต่ละคน หมายเลข 1 เอกภาพ พลซื่อ อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ภรรยาคือรัชนี พลซื่อ เคยดำรงตำแหน่งนายกอบจ. 1 สมัย และทำไมการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งสามีและภรรยาลงสมัครส.ส.ร้อยเอ็ด ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่พลาดตำแหน่ง จากการเป็นส.ส.ทั้งคู่ เนื่องจากแพ้เลือกตั้งล่วงหน้าของพรรคเพื่อไทย ต่อมาได้ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ ตามแกนนำ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ ยกทีมลาออก จากพลังประชารัฐ และเอกภาพ พลซื่อ ประกาศตัวลงสมัคร ชิงตำแหน่งนายกอบจ.ร้อยเอ็ด แข่งขันกับ นายมังกรยนต์ตระกูลและนายสถาพร วงสัธนพงศ์ ผู้สมัคร 2 คน จากขั้วคนเสื้อแดง เพื่อไทย และขั้วคนรุ่นใหม่ กลุ่มก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งการลงสมัครรับบเลือกตั้งนายกอบจ.ของ นายเอกภาพ พลซื่อ ด้วยความเชื่อมั่น ประการแรก คือหวังความสัมพันธ์กับประชาชนจากการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา ที่ความผูกพันยังไม่จาง หวังว่ายังคงจะได้คะแนนมาหนุนให้ได้รับตำแหน่ง อีกหนึ่งความเชื่อมั่นก็คือ นายเอกภาพ พลซื่อ ได้จับขั้วการเมืองในสายของตระกูล "จุรีมาศ" ที่มีฐานเสียงเข้มแข็งในหลายจุด ทั้งฐานเสียงจาก นายอนุรักษ์ จุรีมาก พรรคชาติไทยพัฒนาเขต 1 ร้อยเอ็ด โดยมีตกลงพันธสัญญาในทางลับว่า "หากได้รับเลือกเป็นนายกอบจ.จะจับมือกันจัดสรรงบประมาณหลายด้าน ในการพัฒนาสาธารณูปโภคความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ เพียงหนึ่งเดียวของชาติไทยพัฒนาเป็นแกน
ในขณะที่จะมีการยกทีมผู้สมัคร ส.อบจ. เข้ามาเสริมทีม ของนายเอกภาพ พลซื่อ เพื่อดึงคะแนนจากทุกอำเภอที่เป็นจุดอับเพื่อให้ภาพนายเอกภาพ พลซื่อ ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยสิ่งที่บ่งชี้ชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงในเงื่อนไขกันได้ โดยเห็นได้จาก การส่งผู้สมัครส.อบจ.ทั้งสิ้น ในสายของนายเอกภาพ พลซื่อ พบว่าแทบจะเกินกว่าครึ่งของผู้สมัครทีมนายเอกภาพ ทั้งหมด 21 คน ส่วนใหญ่คือผู้สมัครจากสายพรรคชาติไทยพัฒนา