ปัจจุบันหลากหลายแบรนด์ออกผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศมาจำนวนมาก มีการนำฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาเสริมจุดเด่นให้แบรนด์ คราวนี้ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะเลือกเครื่องฟอกอากาศ เพื่อสู้ฝุ่นพิษ PM2.5 จากคุณสมบัติอะไรบ้าง เว็บไซต์ iurban ได้สรุปไว้ 5 เทคนิคหลักๆ ดังนี้
1. ดูจากความละเอียดฟิลเตอร์ หรือไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศ
ฟิลเตอร์หรือไส้กรองอากาศ นับเป็นหัวใจของเครื่องฟอกอากาศเลยก็ว่าได้ เบื้องต้นขออธิบายก่อนว่า มาตรฐานฟิลเตอร์แบ่งออกได้ราว 3 ประเภท คือ 1.EPA มีความละเอียดในการกรอง 3 ระดับ ได้แก่ E 10, E 11 และ E 12 สามารถดักจับฝุ่นที่มีความละเอียดได้ราว 85-99.5% ต่อมา 2.HEPA มี 2 ระดับ ได้แก่ H 13 และ H 14 มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นราว 99.95-99.9995% และ 3.ULPA ที่มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นมากที่สุด ได้ถึง 99.9995-99.999995%
ซึ่งฟิลเตอร์ที่แพทยสภาแนะนำสำหรับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ก็คือ HEPA เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นสูง สอดคล้องกับข้อมูลของเว็บไซต์ iurban ที่บอกว่า แม้จะมีฟิลเตอร์ที่มีมาตรฐานสูงกว่าอย่าง ULPA แต่ผู้ประกอบการไม่ค่อยเลือกนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพราะสำหรับผู้บริโภคแค่ HEPA ก็เพียงพอแล้ว เพราะสามารถดักจับแบคทีเรียแลัเกษรดอกไม้ ที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ได้โดยไม่ต้องใช้นวัตกรรมอื่นๆรวมถึงในตลาดก็มีการผลิตเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ฟิลเตอร์ต่ำกว่าอย่าง EPA ด้วย โดยตั้งราคาไว้ใกล้เคียงกับ HEPA แต่ยังไม่มีฟิลเตอร์ประเภทใดที่สามารถกรองแบคทีเรียได้เลย