ทั้งนี้จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่ทางวัดติดตั้งไว้ภายในหอฉัน พบว่ามีชายรูปร่างสันทัด สวมกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อแขนยาว และสวมหมวกไหมพรมหรือผ้าคลุมปิดบังใบหน้า ใช้อุปกรณ์อะไรบางอย่างงัดแงะที่ตู้บริจาคเพื่อขโมยเอาเงินในตู้ และพอตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังยังพบว่าเมื่อช่วงเวลาตี 2 หรือเช้ามืดวันก่อน ก็มีคนร้ายซึ่งคาดว่าเป็นคนเดียวกันเข้ามาทุบรูปปั้นเณรกระปุกออมสินภายในหอฉันดังกล่าว ขโมยเงินในกระปุกไปกว่าพันบาทด้วย ซึ่งทางวัดก็แจ้งผู้ใหญ่บ้านไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่าคนร้ายจะย่ามใจกลับมาก่อเหตุงัดตู้บริจาคที่จุดเดิมซ้ำถึง 2 คืนซ้อนอีก จึงได้แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบและช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
พระราชพิศาลสุธี เจ้าอาวาสวัดทุ่งโพธิ์ และเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ฝ่ายธรรมยุต) ระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์ผู้ไม่หวังดีหรือคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ ก็ได้แจ้งเตือนวัดต่าง ๆ ให้ระมัดระวัง และหามาตรการป้องกัน หรือล็อกห้องที่เก็บทรัพย์สินของมีค่าหรือสมบัติต่าง ๆ ของวัดให้แน่นหนามากขึ้น เพื่อไม่ให้ถูกคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักขโมย ทั้งนี้ก็อยากฝากถึงคนร้ายด้วยว่า ควรจะหยุดหรือเลิกพฤติกรรมดังกล่าวเพราะนอกจากจะเป็นกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นบาปด้วย เพราะเงินที่ขโมยไปเป็นปัจจัยที่ญาติโยมบริจาคด้วยความศรัทธาให้ทางวัด เพื่อนำไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือทำนุบำรุงรักษาสิ่งต่าง ๆ ภายในวัด